ส่อคืนรัง! กุนซืออาแย็กซ์ถกผีหวังคว้า บลินด์ กลับทีม

เอริค เตน ฮาก กุนซือ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เผยว่าทีมกำลังเจรจากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเพื่อคว้าตัว ดาลีย์ บลินด์ กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง

แนวรับวัย 28 ปีย้ายจาก อาแจ็กซ์ ไปร่วมทีม ปีศาจแดง เมื่อปี 2014 ภายใต้การคุมทีมของหลุยส์ ฟาน ฮาล โดยเขากลายเป็นตัวหลักและได้ลงเล่นเกมลีกไปถึง 90 นัดในช่วง 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามหลังจาก โชเซ มูรินโญ เข้ามาคุมทีมเจ้าตัวถูกลดบทบาทลงเรื่อย ๆโดยเฉพาะในฤดูกาลล่าสุดที่เจ้าตัวได้รับโอกาสลงสนามไปเพียง 7 นัดเท่านั้นทำให้เกิดข่าวลือว่าเจ้าตัวพร้อมพิจารณาย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดในซัมเมอร์นี้

ล่าสุดกุนซือวัย 48 ปีได้ออกมายืนยันแล้วว่าทีมกำลังเจรจากับทีมปีศาจแดงเพื่อดึงนักเตะกลับมาค้าแข้งในถิ่นโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา

“เขาเป็นนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ทั้งในพรีเมียร์ลีกและกับทีมชาติ” เตน ฮาก เผย

“เขาคือคนที่มีสเถียรภาพเช่นเดียวกับการมาของ ดูซาน ทาดิช นี่ถือเป็นเครื่องยืนยันความพยายมของสโมสรพวกเรากำลังพยายามทุกอย่างที่ทำได้แต่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับทุกฝ่ายด้วย”…

คิดต่าง!เบ็คแฮม หนุน สเตอร์ลิง หลังโดนเนวิลล์วิจารณ์

เดวิด เบ็คแฮม อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ ออกมาหนุนหลัง ราฮีม สเตอร์ลิง

หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์จาก แกรี่ เนวิลล์ ว่าใช้โอกาสเปลืองในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่เอาชนะ สวีเดน มาได้ 2-0

ทัพสิงโตคำรามสามารถทะลุเข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายใน ฟุตบอลโลก ได้ในรอบ 28 ปี แต่ปีกร่างเล็กจากแมนฯซิตี้ ถูกวิจารณ์อย่างหนักหลังมีโอกาสที่จะส่งบอลให้เพื่อนทำประตูแต่กลับเลือกที่จะยิงเอง จนไปติดกองหลังฝ่ายตรงข้าม

โดยนักวิจารณ์ฟุตบอลอย่างเนวิลล์พูดถึงฟอร์มของสเตอร์ลิง ถึงขั้นสบถเป็นคำหยาบออกมาว่า ‘น่ารังเกียจ’ จึงทำให้เพื่อนซี้อย่างเดวิด เบ็คแฮม ออกมาหนุนหลังดาวเตะความเร็วสูงของทัพทรีไลออนส์ สตอรีผ่านทางอินสตราแกรม

“ผมไม่ได้ดูเกม แต่แบบนี้มันไม่ถูก พวกเราเข้ารอบรองชนะเลิสฟุตบอลโลก ผู้เล่นทุกคนสมควรได้รับคำเชิดชู” เบ็คแฮมโพสข้อความผ่านสตอรี่บนอินสตาแกรม

“ประเทศของเราต้องเป็นปึกแผ่นอยู่เบื้องหลังที

ค็อปอุ่นใจ! มาเนส ยบข่าว ราชัน มุ่งมั่น หงส์แดง

ซาดิโอ มาเน แนวรุกตัวจี๊ดของ ลิเวอร์พูล ทำเอาสาวกเดอะค็อปใจชื้นถ้วนหน้า

เมื่อออกมาปฏิเสธข่าวกับ เรอัล มาดริด พร้อมยืนยันว่ายังคงมุ่งมั่นกับสโมสรเพียงทีมเดียว

สตาร์ทีมชาติ เซเนกัล ตกเป็นข่าวกับราชันชุดขาวตั้งแต่ก่อนเกมที่ทั้งสองทีมเจอกันในนัดชิง แชมเปียนส์ลีก อย่างไรก็ดี ล่าสุดเจ้าตัวยืนยันว่ามันเป็นแค่ข่าวลือและไม่ได้รับการติดต่อจากยอดทีมจาก สเปน

“มันเป็นแค่ข่าวลือ ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้นและไม่ได้รับการติดต่อจากใคร” มาเน กล่าว

“ผมยังเป็นผู้เล่นของลิเวอร์พูล ผมจะตามไปสมทบทีมตอนทัวร์ปรีซีซันที่สหรัฐฯ”

“เรอัลคือทีมชั้นยอด แต่ผมยังมีสมาธิกับลิเวอร์พูล ทีมของผม”…

ผลบอล : สวีเดน vs สวิตเซอร์แลนด์ !! ‘ฟอร์สเบิร์ก’ กดชัยพาไวกิ้งสอยนาฬิกา 1-0

ผลบอล ฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย คู่รองสุดท้าย เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ซัดประตูชัยพา สวีเดน เอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

ผลบอล ฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย
วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม 2561
สวีเดน 1-0 สวิตเซอร์แลนด์
ผู้ทำประตู : 1-0 ฟอร์สเบิร์ก 66′
เวลา : 21.00 น.
สนาม : เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดี้ยม

15 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังไม่สามารถหาจังหวะครองบอลได้เลย แต่ก่อนเข้าครึ่งชั่วโมงแรก สวีเดน เกือบเฮก่อนจากการตวัดยิงของ เบิร์ก แต่ ซอมเมอร์ โดดปัดปลายมือเอาไว้ได้ ต่อด้วย เอคดาล ที่วิ่งเข้ามาแปบอลเดี่ยวๆ แต่เหินข้ามคาน ในนาทีที่ 38 ก่อนจบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลัง สวีเดน แม้จะครองบอลน้อยกว่า แต่ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกยิงแฉลบกองหลังคู่แข่งของ ฟอร์สเบิร์ก นาทีที่ 66 หลังจากนั้น สวิตเซอร์แลนด์ ไม่สามารถหาช่องเจาะ สวีเดน ได้ แถมต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน ในช่วงทดเจ็บ หลัง แลง ไปทำฟาล์ว เซเฟโรวิช ในจังหวะหลุดเดี่ยว ก่อนจบเกมด้วยชัยชนะของ สวีเดน 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปรอพบผู้ชนะระหว่าง โคลอมเบีย กับ อังกฤษ

รายชื่อตัวจริงของทั้งสองทีม
สวีเดน : โรบิน โอลเซ่น (GK) – มิคาเอล ลุสติก , วิคตอร์ ลินเดเลิฟ , อันเดรส แกรนควิสต์ (C) , ลุดวิก ออกุุสตินสัน – วิคตอร์ คลาสสัน , กุสตาฟ สเวนส์สัน อัลบิน เอคดาล , เอมิล ฟอร์สเบิร์ก – มาคุส เบิร์ก , โอลา ตอยโวเน่น
สวิตเซอร์แลนด์ : ยานน์ ซอมเมอร์ (GK) – ไมเคิล แลง , โยฮัน ฌูรู , มานูเอล อคานยี , ริคาร์โด โรดริเกวซ – แวลอน เบห์รามี (C) , กรานิต ชาก้า , เชร์ดาน ชากิรี , เบล์ริม เซไมลี สตีเว่น ซูเบอร์ – โยซิป เดอร์มิช…

กัลโช คึกคัก! อินเตอร์ คว้า’ มาร์ติเนซ ‘หอก ฟ้าขาว

อินเตอร์ มิลาน จัดการคว้า เลาตาโร มาร์ติเนซ กองหน้าอนาคตไกลของ ราซิง คลับ ทีมในลีก อาร์เจนตินา มาร่วมทีมแล้ว

ดาวยิงที่กำลังจะมีอายุครบ 21 ในเดือนหน้า เดินทางมาตรวจร่างกายกับทีม งูใหญ่ ตั้งแต่เดือนก่อน ก่อนล่าสุดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ กัลโช เซเรีย อา จะลงทะเบียนชื่อนักเตะในฐานะผู้เล่นของทีมงูใหญ่แล้ว

ค่าตัวของกองหน้าเลือดฟ้าขาวอยู่ที่ 23 ล้านยูโร บวกกับส่วนแบ่งค่าตัวในอนาคต 10% ซึ่ง ราซิง คลับ จะได้รับ หากเนรัซซูรีตัดสินใจขายนักเตะ

ทั้งนี้ มาร์ติเนซจะมาร่วมแคมป์ฝึกซ้อมช่วงปรีซีซันกับทีมในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ โดยเขาเป็นแข้งบิ๊กเนมรายที่ 4 ที่ย้ายมาเล่นกับ อินเตอร์ มิลาน ในซัมเมอร์นี้ ต่อจาก รัดยา นาอิงโกลัน, ควัดโด้ อซาโมอาห์ และ สเตฟาน เดอ ไฟรจ์

ทำลายคำสาป! อังกฤษทำได้ชนะจุดโทษบอลโลกครั้งแรก

ทีมชาติ อังกฤษ ภายใต้การนำทีมของ แกเร็ธ เซาท์เกธ สร้างประวัติศาสตร์ชนะจุดโทษในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก

เมื่อพวกเขาดวลเป้าเอาชนะ โคลอมเบีย ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ก่อนหน้านี้ทีมสิงโตคำรามเคยดวลจุดโทษใน ฟุตบอลโลก มาแล้ว 3 ครั้ง ปรากฎว่าพวกเขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทั้ง 3 ครั้ง เริ่มจากแพ้ เยอรมันตะวันตกในปี 1990, แพ้ อาร์เจนตินาในปี 1998 และแพ้โปรตุเกสในปี 2006

อย่างไรก็ดี ล่าสุดขุนพล ทรี ไลอ้อนส์ ทำลายคำสาปดังกล่าวได้สำเร็จ เมื่อเฉือนชนะโคลอมเบียในการดวลจุดโทษ 4-3 หลังจากเสมอกันใน 120 นาที 1-1 โดย จอร์แดน พิคฟอร์ด สวมบทฮีโร่เซฟลูกยิงของ คาร์ลอส บัคคา ก่อนที่ เอริค ไดเออร์ จะซัดประตูนำทีมผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย

Image result for England

พิคฟอร์ด ยังทำสถิติเป็นผู้รักษาประตูอังกฤษคนแรกที่เซฟจุดโทษในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้ นับตั้งแต่ เดวิด ซีแมน ในเกมกับ อาร์เจนตินา ในฟุตบอลโลก 1998 ด้วย

ทั้ง อังกฤษ จะเข้าไปพบกับ สวีเดน ในวันเสาร์นี้ เวลา 21.00 น. (ตามเวลาในประเทศไทย)

ส่งไม้รุ่นต่อไป! ฮอนดะประกาศลาทีมชาติญีปุ่น

เคสุเกะ ฮอนดะ กองกลางซีเอสเคเอ มอสโก ประกาศเลิกเล่นทีมชาติ ญี่ปุ่น อย่างเป็นทางการ หลังจากพ่ายแพ้แก่ เบลเยียม 3-2 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

ขุนพล ซามูไรบลู เป็นฝ่ายออกนำไปก่อนถึงสองประตูจาก เก็งกิ ฮารางุจิ และทาคาชิ อินุอิ ทว่ากลับถูกทีมปีศาจแดงแห่ง ยุโรป แซงกลับมาเอาชนะได้ด้วยการทำสามประตูในเวลาเพียงไม่ถึง 20 นาที ซึ่งถือเป็นเกมสุดท้ายของฮอนดะในนามทีมชาติด้วย

“ผมกำลังจะปิดฉากชีวิตค้าแข้งของผมในนามทีมชาติ” ฮอนดะ กล่าว “ผมมีความสุขดี เพราะเรามีนักเตะอายุน้อยๆ ที่ฝีเท้าดีมากมาย ตอนนี้ถึงเวลาของพวกเขาที่จะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการฟุตบอล ญี่ปุ่น แล้ว”

น่าสมเพช! โอนีลอัด เนย์มาร์ เล่นใหญ่เกินเบอร์

มาร์ติน โอนีล ผู้จัดการทีมชาติ ไอร์แลนด์ โจมตีพฤติกรรมของ เนย์มาร์ ว่าน่าสมเพช หลังดาวยิงทีมชาติ บราซิล

ออกแอ็คติ้งแกล้งเจ็บแบบโอเวอร์ในเกมชนะ เม็กซิโก 2-0 ในรอบ 16 ทีม ฟุตบอลโลก 2018

จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม เมื่อหอกจากเปแอสเชถูก มิเกล ลายุน ย่ำไปที่ข้อเท้า ตอนนอนอยู่ข้างสนาม ทำเอาเจ้าตัวร้องโอดโอยหนักเสมือนได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่สุดท้ายเขากลับมาเล่นได้ตามปกติจนจบเกม

“ปฏิกิริยาของ เนย์มาร์  นั้นน่าสมเพช มันน่าสมเพชจริง ๆ” โอนีล เผยผ่าน ITV หลังถูกถามถึงจังหวะนี้

“บอกตามตรงจังหวะแบบนี้ต้องใบแดง เพราะพวกเขาย่ำไปที่ข้อเท้าของเขา แต่ผมอยากบอกว่าความเจ็บปวดของเนย์มาร์นั้นเบามาก ๆ ผมต้องบอกแบบนั้น ผมไม่อยากเห็นเขาออกมาจากห้องผ่าตัดหมอหลังจากฉีดยาแก้หวัด”

“เขาคือนักเตะชั้นยอด เขาเป็นนักแสดงชั้นยอดด้วย”

“เขายังไม่ถึงจุดพีคจริง ๆ เสียที ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเอาแต่แสดงละคร เขาล้มนับครั้งไม่ถ้วนและลุกกลับมาเล่นต่อ เขาลงเล่นทุกนาทีตลอด 4 เกม และเขาก็ไม่ได้เล่นแย่อะไรเลย

 

 …

น้ำตา ซามูไร! ญี่ปุ่น นำก่อนโดนแซง 3-2 ทดเวลาเจ็บ

ฟุตบอลโลก 2018 เกมการแข่งขันกันที่รอสตอฟ อารีนา ในเมืองรอสตอฟ ออน ดอน ของเจ้าภาพ รัสเซีย เป็นการลงเตะรอบ 16 ทีมสุดท้ายระหว่าง เบลเยียม และ ญี่ปุ่น

Image result for Russia

เบลเยียม ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาในฐานะแชมป์กลุ่มจี กลับมาใช้ 11 ตัวจริงที่ลงแกนหลักในสองเกมแรก ทั้ง ติโบต์ กูร์ตัวส์, เควิน เดอ บรอยน์, ดรีส์ เมอร์เทนส์, โรเมลู ลูกากู และ เอเด็น อาซาร์ รวมถึงสตาร์จอมเก๋าอย่าง แว็งซองต์ กอมปานี

ส่วนทีมซามูไรบลูเป็นที่สองของกลุ่มเอช ด้วยกฎแฟร์เพลย์ เกมนี้วางผู้เล่นแกนหลักจากเกมสองนัดแรกลงกันพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็นยูโตะ นางาโตโมะ, มาโกโตะ ฮาเซเบะ, ชินจิ คางาวะ, ทาคาชิ อินุอิ และ ยูยะ โอซาโกะ กองหน้าตัวเป้า

ญี่ปุ่น ได้ทักทายก่อนทันทีจากลูกยิงนอกกรอบของคางาวะ แต่โอกาสครั้งแรกของเกมนี้ทิศทางบอลหลุดออกหลังไปก่อนในนาทีที่ 1

จากนั้นทีมจากเอเชียกลายเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าทีมจากยุโรปนานถึง 15 นาที ก่อนที่เบลเยียมจะเริ่มได้เข้าถึงพื้นที่สุดท้ายของญี่ปุ่นบ้าง ก่อนจะได้จบหนแรกของวิสเซล ที่ส่องไกลโดนบล็อกออกหลังในนาทีที่ 16

เวลาที่เหลือของครึ่งแรก เป็นเบลเยียมที่เริ่มจบสกอร์ได้ลุ้นมากขึ้น โดยเฉพาะลูกยิงตรงกรอบหนแรกในนาทีที่ 27 ของอาซาร์ที่คาวาชิมะยังโชคดีไม่เสียประตู

ส่วนญี่ปุ่นก็มีโต้จากเกมสวนกลับนาทีที่ 31 จากช็อตที่นางาโตโมะครอสบอลเข้าในกรอบถึงศีรษะอินุอิโขกติดเซฟกูร์ตัวส์ แถมช่วงนาทีที่ 44 โอซาโกะก็เกือบได้ส้มหล่นจากช็อตรับบอลพลาดของกูร์ตัวส์ ทว่าโกลเบลเยียมยังล้มตัวไปรับได้ และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลัง เป็นจังหวะผิดพลาดของแฟร์ตองเก้น ที่ดันไปตัดสินใจพลาดเกี่ยวไม่โดนบอลในช็อตที่ชิบาซากิผ่านบอลทะลุช่องให้ฮารางุจิหลุดไปยิงผ่านมือกูร์ตัวส์ ในนาทีที่ 48

จากนั้นอีก 2 นาที อาซาร์วิ่งมายิงเน้นๆกือบพาเบลเยียมตีเสมอ ทว่าบอลดันไปชนเสา แต่แล้วนาทีที่ 52 เป็นอินุอิ ที่ได้พื้นที่ส่องไกลนอกกรอบ บอลพุ่งเข้ากรอบชนิดที่กูร์ตัวส์หมดสิทธิ์ป้องกัน ญี่ปุ่นขยับห่าง 2-0

เบลเยียมหวิดได้ประตูตีไข่แตก เมื่อลูกากูเทคตัวโหม่งจ่อๆจากลูกครอสของเมอนิเยร์ แต่ทิศทางลูกพุ่งหลุดเสา ในนาทีที่ 61

ก่อนที่ความพยายามจะมาประสบความสำเร็จ เมื่อแฟร์ตองเกนโขกบอลจากการผ่านให้ของเฟลไลนี บอลย้อยผ่านมือคาวาชิมะเข้าประตูในนาทีที่ 70

อีก 4 นาที กลายเป็นปีศาจแดงแห่งยุโรปตามตีเสมอ 2-2 เมื่อเฟลไลนีเทกตัวโขกบอลตุงตาข่ายชนิดที่ เอจิ คาวาชิมะ หมดสิทธิ์ป้องกัน

นาทีที่ 85 คาวาชิมะโชว์เซฟสองจังหวะสำคัญ จากลูกโขกสองหนของชาดลีและลูกากู ช่วยซามูไรบลูไม่เสียประตู ส่วนช่วงทดเจ็บ วิตเซลเกือบสกัดผิดเหลี่ยม แต่กูร์ตัวส์ยังลอยมาปัดออกหลังได้ รวมถึงลูกยิงฟรีคิกของฮอนดะที่บอลเกือบพุ่งเข้าประตู แต่ก็โดนปฏิเสธ

จากนั้นนาทีที่ 90+4 เบลเยียมแซงนำญี่ปุ่นเหลือเชื่อ 3-2 จากการแปด้วยซ้ายระยะเผาขนของอีกหนึ่งตัวสำรองอย่าง นาเซอร์ ชาดลี และเป็นประตูชัยส่งเบลเยียมเฉือนญี่ปุนพร้อมทะลุสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับบราซิล

รอชนเจ้าภาพ! โครเอเชีย แม่นโทษดับ เดนมาร์ก สกอร์รวม 4-3

ฟุตบอลโลก 2018 เกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย คู่ที่สี่ ระหว่าง โครเอเชีย ปะทะ เดนมาร์ก

ตราหมากรุก เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มดี จัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 วาง อิวาน ราคิติช, มาร์เซโล โบรโซวิช คุมจังหวะแดนกลาง โดยมี อันเต้ เรบิช, ลูก้า โมดริช, อิวาน เปริซิช; มาริโอ มานด์ซูคิช เล่นเกมรุก

ส่วนทัพโคนม รองแชมป์กลุ่มซี มาในระบบ 4-1-4-1 นำมาโดยซิมง เคียร์, อันเดรียส คริสเตนเซน สองกองหลังแกนหลัก ส่วนแนวรุกมีคริสเตียน อีริคเซน ขับเคลื่อนร่วมกับ ยุสซุฟ โพลเซน

เริ่มเกมได้เพียงวินาทีที่ 58  เดนมาร์ก ขึ้นนำ โครเอเชีย อย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะที่ยิงด้วยซ้ายระยะเผาขนของ มาธิอัส ยอร์เกนเซน แล้วบอลไปแฉลบเท้าซ้ายของ ดานิเยล ซูบาซิช เปลี่ยนทางชนเสาเข้าไป

เวลาห่างแค่ 2 นาที เป็นมานด์ซูคิชรับส้มหล่นจากช็อตที่คริสเตียนเซนเคลียร์บอลไม่ขาด ก่อนตวัดจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ โครแอตตามมา 1-1

จากนั้นทั้งสองทีมมีโอกาสโจมตีกดดันใส่คู่แข่งด้วยกันทั้งคู่ ทว่าโครเอเชียมีโอกาสจบน่าลุ้นถึง 3 จังหวะช่วงนาทีที่ 28 แต่ก็โดนชไมเคิลปัดทิ้งได้ทั้งหมด ซึ่งช่วงที่เหลือของครึ่งแรกกลายป็นโครเอเชียที่บุกได้มากกว่าชัดเจน แต่ยังไม่มีประตูที่สอง หมด 45 นาทีแรกยังคง 1-1

เริ่มครึ่งหลังมาทั้งสองทีมต่างมีโอกาสเข้าทำใส่กัน เดนมาร์กไม่ปล่อยให้กองกลางโครแอตทำเกมได้ถนัดนัก แถมพวกเขาเน้นการโจมตีจากจังหวะสวนกลับเป็นหลัก

ผ่านมาเกือบเข้าสู่ช่วงท้ายของครึ่งหลัง โครเอเชียยังคงได้เล่นเกมบุกขึงเดนมาร์กเช่นเคย ทว่าก็ยังไม่สามารถเปลี่นเป็นประตูนำได้ ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

นาทีที่ 103 โครเอเชีย ครามาริช ตัวสำรองกึ่งยิงกึ่งผ่านแถวเส้นหลังทิศทางลูกเกือบตกใต้คาน แต่ยังดีที่ชไมเคิลลอยตัวปัดทิ้งช่วยเดนมาร์กไม่เสียประตู

เดนมาร์กก็มีลุ้นนาทีที่ 107 เมื่อซิสโต้ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาได้โอกาสปั่นในกรอบโทษชนิดที่ลูกพุ่งแรงหนีเสา

แต่แล้วนาทีที่ 114 โมดริชคิลเลอร์พาสมาให้เรบิช ชนิดที่ยอร์เกนเซนเจตนาตัดฟาวล์ในกรอบโทษ และได้รับใบเหลืองไป สุดท้ายเป็นโมดริชยิงไปทางขวาติดเซฟชไมเคิล และต้องยืดเยือถึงการดวลจุดโทษ

และเป็นโครเอเชียที่แม่นกว่า เอาชนะด้วยสกอร์รวม 4-3 โดยโครเอเชียจะผ่านเข้าไปดวลกับเจ้าภาพรัสเซียต่อไป โดยจะทำการแข่งขันในวันที่ 8 กรกฎาคม เวลา 01.00 น.