น่าสมเพช! โอนีลอัด เนย์มาร์ เล่นใหญ่เกินเบอร์

มาร์ติน โอนีล ผู้จัดการทีมชาติ ไอร์แลนด์ โจมตีพฤติกรรมของ เนย์มาร์ ว่าน่าสมเพช หลังดาวยิงทีมชาติ บราซิล

ออกแอ็คติ้งแกล้งเจ็บแบบโอเวอร์ในเกมชนะ เม็กซิโก 2-0 ในรอบ 16 ทีม ฟุตบอลโลก 2018

จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม เมื่อหอกจากเปแอสเชถูก มิเกล ลายุน ย่ำไปที่ข้อเท้า ตอนนอนอยู่ข้างสนาม ทำเอาเจ้าตัวร้องโอดโอยหนักเสมือนได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่สุดท้ายเขากลับมาเล่นได้ตามปกติจนจบเกม

“ปฏิกิริยาของ เนย์มาร์  นั้นน่าสมเพช มันน่าสมเพชจริง ๆ” โอนีล เผยผ่าน ITV หลังถูกถามถึงจังหวะนี้

“บอกตามตรงจังหวะแบบนี้ต้องใบแดง เพราะพวกเขาย่ำไปที่ข้อเท้าของเขา แต่ผมอยากบอกว่าความเจ็บปวดของเนย์มาร์นั้นเบามาก ๆ ผมต้องบอกแบบนั้น ผมไม่อยากเห็นเขาออกมาจากห้องผ่าตัดหมอหลังจากฉีดยาแก้หวัด”

“เขาคือนักเตะชั้นยอด เขาเป็นนักแสดงชั้นยอดด้วย”

“เขายังไม่ถึงจุดพีคจริง ๆ เสียที ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเอาแต่แสดงละคร เขาล้มนับครั้งไม่ถ้วนและลุกกลับมาเล่นต่อ เขาลงเล่นทุกนาทีตลอด 4 เกม และเขาก็ไม่ได้เล่นแย่อะไรเลย

 

 …

น้ำตา ซามูไร! ญี่ปุ่น นำก่อนโดนแซง 3-2 ทดเวลาเจ็บ

ฟุตบอลโลก 2018 เกมการแข่งขันกันที่รอสตอฟ อารีนา ในเมืองรอสตอฟ ออน ดอน ของเจ้าภาพ รัสเซีย เป็นการลงเตะรอบ 16 ทีมสุดท้ายระหว่าง เบลเยียม และ ญี่ปุ่น

Image result for Russia

เบลเยียม ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาในฐานะแชมป์กลุ่มจี กลับมาใช้ 11 ตัวจริงที่ลงแกนหลักในสองเกมแรก ทั้ง ติโบต์ กูร์ตัวส์, เควิน เดอ บรอยน์, ดรีส์ เมอร์เทนส์, โรเมลู ลูกากู และ เอเด็น อาซาร์ รวมถึงสตาร์จอมเก๋าอย่าง แว็งซองต์ กอมปานี

ส่วนทีมซามูไรบลูเป็นที่สองของกลุ่มเอช ด้วยกฎแฟร์เพลย์ เกมนี้วางผู้เล่นแกนหลักจากเกมสองนัดแรกลงกันพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็นยูโตะ นางาโตโมะ, มาโกโตะ ฮาเซเบะ, ชินจิ คางาวะ, ทาคาชิ อินุอิ และ ยูยะ โอซาโกะ กองหน้าตัวเป้า

ญี่ปุ่น ได้ทักทายก่อนทันทีจากลูกยิงนอกกรอบของคางาวะ แต่โอกาสครั้งแรกของเกมนี้ทิศทางบอลหลุดออกหลังไปก่อนในนาทีที่ 1

จากนั้นทีมจากเอเชียกลายเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าทีมจากยุโรปนานถึง 15 นาที ก่อนที่เบลเยียมจะเริ่มได้เข้าถึงพื้นที่สุดท้ายของญี่ปุ่นบ้าง ก่อนจะได้จบหนแรกของวิสเซล ที่ส่องไกลโดนบล็อกออกหลังในนาทีที่ 16

เวลาที่เหลือของครึ่งแรก เป็นเบลเยียมที่เริ่มจบสกอร์ได้ลุ้นมากขึ้น โดยเฉพาะลูกยิงตรงกรอบหนแรกในนาทีที่ 27 ของอาซาร์ที่คาวาชิมะยังโชคดีไม่เสียประตู

ส่วนญี่ปุ่นก็มีโต้จากเกมสวนกลับนาทีที่ 31 จากช็อตที่นางาโตโมะครอสบอลเข้าในกรอบถึงศีรษะอินุอิโขกติดเซฟกูร์ตัวส์ แถมช่วงนาทีที่ 44 โอซาโกะก็เกือบได้ส้มหล่นจากช็อตรับบอลพลาดของกูร์ตัวส์ ทว่าโกลเบลเยียมยังล้มตัวไปรับได้ และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลัง เป็นจังหวะผิดพลาดของแฟร์ตองเก้น ที่ดันไปตัดสินใจพลาดเกี่ยวไม่โดนบอลในช็อตที่ชิบาซากิผ่านบอลทะลุช่องให้ฮารางุจิหลุดไปยิงผ่านมือกูร์ตัวส์ ในนาทีที่ 48

จากนั้นอีก 2 นาที อาซาร์วิ่งมายิงเน้นๆกือบพาเบลเยียมตีเสมอ ทว่าบอลดันไปชนเสา แต่แล้วนาทีที่ 52 เป็นอินุอิ ที่ได้พื้นที่ส่องไกลนอกกรอบ บอลพุ่งเข้ากรอบชนิดที่กูร์ตัวส์หมดสิทธิ์ป้องกัน ญี่ปุ่นขยับห่าง 2-0

เบลเยียมหวิดได้ประตูตีไข่แตก เมื่อลูกากูเทคตัวโหม่งจ่อๆจากลูกครอสของเมอนิเยร์ แต่ทิศทางลูกพุ่งหลุดเสา ในนาทีที่ 61

ก่อนที่ความพยายามจะมาประสบความสำเร็จ เมื่อแฟร์ตองเกนโขกบอลจากการผ่านให้ของเฟลไลนี บอลย้อยผ่านมือคาวาชิมะเข้าประตูในนาทีที่ 70

อีก 4 นาที กลายเป็นปีศาจแดงแห่งยุโรปตามตีเสมอ 2-2 เมื่อเฟลไลนีเทกตัวโขกบอลตุงตาข่ายชนิดที่ เอจิ คาวาชิมะ หมดสิทธิ์ป้องกัน

นาทีที่ 85 คาวาชิมะโชว์เซฟสองจังหวะสำคัญ จากลูกโขกสองหนของชาดลีและลูกากู ช่วยซามูไรบลูไม่เสียประตู ส่วนช่วงทดเจ็บ วิตเซลเกือบสกัดผิดเหลี่ยม แต่กูร์ตัวส์ยังลอยมาปัดออกหลังได้ รวมถึงลูกยิงฟรีคิกของฮอนดะที่บอลเกือบพุ่งเข้าประตู แต่ก็โดนปฏิเสธ

จากนั้นนาทีที่ 90+4 เบลเยียมแซงนำญี่ปุ่นเหลือเชื่อ 3-2 จากการแปด้วยซ้ายระยะเผาขนของอีกหนึ่งตัวสำรองอย่าง นาเซอร์ ชาดลี และเป็นประตูชัยส่งเบลเยียมเฉือนญี่ปุนพร้อมทะลุสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับบราซิล

รอชนเจ้าภาพ! โครเอเชีย แม่นโทษดับ เดนมาร์ก สกอร์รวม 4-3

ฟุตบอลโลก 2018 เกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย คู่ที่สี่ ระหว่าง โครเอเชีย ปะทะ เดนมาร์ก

ตราหมากรุก เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มดี จัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 วาง อิวาน ราคิติช, มาร์เซโล โบรโซวิช คุมจังหวะแดนกลาง โดยมี อันเต้ เรบิช, ลูก้า โมดริช, อิวาน เปริซิช; มาริโอ มานด์ซูคิช เล่นเกมรุก

ส่วนทัพโคนม รองแชมป์กลุ่มซี มาในระบบ 4-1-4-1 นำมาโดยซิมง เคียร์, อันเดรียส คริสเตนเซน สองกองหลังแกนหลัก ส่วนแนวรุกมีคริสเตียน อีริคเซน ขับเคลื่อนร่วมกับ ยุสซุฟ โพลเซน

เริ่มเกมได้เพียงวินาทีที่ 58  เดนมาร์ก ขึ้นนำ โครเอเชีย อย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะที่ยิงด้วยซ้ายระยะเผาขนของ มาธิอัส ยอร์เกนเซน แล้วบอลไปแฉลบเท้าซ้ายของ ดานิเยล ซูบาซิช เปลี่ยนทางชนเสาเข้าไป

เวลาห่างแค่ 2 นาที เป็นมานด์ซูคิชรับส้มหล่นจากช็อตที่คริสเตียนเซนเคลียร์บอลไม่ขาด ก่อนตวัดจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ โครแอตตามมา 1-1

จากนั้นทั้งสองทีมมีโอกาสโจมตีกดดันใส่คู่แข่งด้วยกันทั้งคู่ ทว่าโครเอเชียมีโอกาสจบน่าลุ้นถึง 3 จังหวะช่วงนาทีที่ 28 แต่ก็โดนชไมเคิลปัดทิ้งได้ทั้งหมด ซึ่งช่วงที่เหลือของครึ่งแรกกลายป็นโครเอเชียที่บุกได้มากกว่าชัดเจน แต่ยังไม่มีประตูที่สอง หมด 45 นาทีแรกยังคง 1-1

เริ่มครึ่งหลังมาทั้งสองทีมต่างมีโอกาสเข้าทำใส่กัน เดนมาร์กไม่ปล่อยให้กองกลางโครแอตทำเกมได้ถนัดนัก แถมพวกเขาเน้นการโจมตีจากจังหวะสวนกลับเป็นหลัก

ผ่านมาเกือบเข้าสู่ช่วงท้ายของครึ่งหลัง โครเอเชียยังคงได้เล่นเกมบุกขึงเดนมาร์กเช่นเคย ทว่าก็ยังไม่สามารถเปลี่นเป็นประตูนำได้ ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

นาทีที่ 103 โครเอเชีย ครามาริช ตัวสำรองกึ่งยิงกึ่งผ่านแถวเส้นหลังทิศทางลูกเกือบตกใต้คาน แต่ยังดีที่ชไมเคิลลอยตัวปัดทิ้งช่วยเดนมาร์กไม่เสียประตู

เดนมาร์กก็มีลุ้นนาทีที่ 107 เมื่อซิสโต้ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาได้โอกาสปั่นในกรอบโทษชนิดที่ลูกพุ่งแรงหนีเสา

แต่แล้วนาทีที่ 114 โมดริชคิลเลอร์พาสมาให้เรบิช ชนิดที่ยอร์เกนเซนเจตนาตัดฟาวล์ในกรอบโทษ และได้รับใบเหลืองไป สุดท้ายเป็นโมดริชยิงไปทางขวาติดเซฟชไมเคิล และต้องยืดเยือถึงการดวลจุดโทษ

และเป็นโครเอเชียที่แม่นกว่า เอาชนะด้วยสกอร์รวม 4-3 โดยโครเอเชียจะผ่านเข้าไปดวลกับเจ้าภาพรัสเซียต่อไป โดยจะทำการแข่งขันในวันที่ 8 กรกฎาคม เวลา 01.00 น.

เกินคาด! โค้ชวัง เผยกุญแจสำคัญอัดเมืองทองไปกลับ

ธวัชชัย ดำรงอ่อนตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอน พีที ประจวบ เอฟซี รับเกินคาดสามารถบุกเอาชนะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทั้งไปและกลับก่อนยกเครดิตให้กับลูกทีมที่มีวินัยและสมาธิในเกมรับ

ต่อพิฆาตในเลกแรกเพิ่งเปิดรังเอาชนะ เมืองทอง ไปได้ถึง 6-1 ก่อนที่ล่าสุดจะสามารถบุกมาย้ำชัยต่อที่ เอสซีจี สเตเดียม 2-1 จากประตูของ อมร ธรรมนาม และ โจนาธาน รีส

“เกมวันนี้ถือว่าโอเค เราสามารถบุกมาเก็บ 3 คะแนนได้ที่เอสซีจี สเตเดียม เป็น 3 คะแนนที่คุ้มค่ามาก ซึ่งวันนี้ต้องชื่นชมนักเตะที่ค่อนข้างมีวินัยในเกมรับ เช่นเดียวกับ สมาธิ ที่เราก็ทำได้ดีเช่น”

“ชนะ  เมืองทอง ไปกลับถือว่าเกินคาด เช่นเดียวกันต้องขอบคุณน้องๆที่มีความมุ่งมั่นที่อยากจะสู้กับบิ๊กทีม วันนี้เราเล่นเป็นทีมเวิร์คได้ดีมาก อีกทั้งเกมนี้เราได้ปรับเปลี่ยนระบบด้วยทั้งการเพิ่มเติมกองหน้าเข้าไปอีกหนึ่งรายเป็นหน้าคู่และช่วยกันลงมาเล่นเกมรับได้เป็นอย่างดี”

 

 …

ฟิตไม่ทัน! ตีเต้ คอนเฟิร์มไร้ชื่อ มาร์เซโล ดวลจังโก้

ตีเต้ กุนซือทีมชาติ บราซิล ออกมาเผยว่า มาร์เซโล แบ็คซ้ายคนสำคัญของทีม

จะยังคงไม่ถูกส่งลงสนามในเกม ฟุตบอลโลก 2018 ที่ รัสเซีย รอบ 16 ทีมสุดท้าย กับ เม็กซิโก แม้เขากลับมาลงซ้อมได้แล้วก็ตาม

แบ็คซ้ายจาก เรอัล มาดริด ได้รับอาการบาดเจ็บในเกมรอบแบ่งกลุ่มที่ชนะ เซอร์เบีย 2-0 หลังเล่นไปได้เพียง 10 นาที จนต้องขอเปลี่ยนตัวออก แต่จากความคืบหน้าล่าสุดปรากฏว่าเขากลับมาลงซ้อมได้แล้ว ทำให้คาดการณ์ว่าอาจมีชื่อในเกมพบเม็กซิโกวันจันทร์นี้ทันที

อย่างไรก็ดี จากการแถลงข่าวของติเต้ ยืนยันว่า ฟูลแบ็ครายนี้ จะยังไม่ลงสนามในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนี้ และจะเป็นฟิลิปเป้ หลุยส์ ที่ลงทำหน้าที่แทน

“ใช่ เราคอนเฟิร์มรายชื่อทีมแล้ว คือทีมชุดเดียวกับตอนจบนัดล่าสุด ก็คือ ฟิลิเป้ หลุยส์” ติเต้กล่าวในห้องแถลงข่าว

ทัพเซเลเซาจะลงเตะกับทีมชาติ เม็กซิโก ในรอบ16ทีมสุดท้าย วันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 21.00 น. (ตามเวลาไทย)

เปิดตำนานบทใหม่! เอ็มบัปเป้ ดาวรุ่งซัดเบิล ฟุตบอลโลก คนแรกถัดจาก เปเล่

คิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าทีมชาติ ฝรั่งเศส กลายเป็นผู้เล่นอายุต่ำกว่า 20 ปีคนที่สอง ที่สามารถทำประตูตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไปในเกมฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย จากผลงานในเกมพบอาร์เจนตินา ในฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ตราไก่ออกนำเร็วตั้งแต่ น.12 จากจังหวะที่มาร์กอส โรโฮ ทำฟาวล์ เอ็มบัปเป้ ในเขตโทษ อองตวน กรีซมันน์ สังหารไม่พลาด แม้ว่า อาร์เจนตินา จะใช้ความสามารถเฉพาะตัวของอังเคล ดิ มาเรีย และ ลิโอเนล เมสซี กดสองยิงแซงไปได้ แต่เบงฌาแม็ง ปาวาร์ ก็มายิงตีเสมอได้ทันควัน และเป็นเอ็มบัปเป้ก็ใช้ทักษะแตะบอลหลบกองหลังในกรอบเขตโทษ และยิงด้วยเท้าซ้ายเป็นประตูขึ้นนำรอบสองในนาทีที่ 64 ถึงตรงนี้เขากลายเป็นผู้เล่นอายุต่ำกว่า 20 ปีคนแรกถัดจากไมเคิล โอเวน ในปี 1998 ที่ทำประตูรวมในฟุตบอลโลกได้สองประตูขึ้นไป

แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น อีกไม่ถึง 5 นาที เจ้าหนูวัย 19 ทำเพิ่มอีกประตูในจังหวะสวนกลับของทีมชาติ ฝรั่งเศส ส่งให้ตราไก่แซงไปเป็น 4-2 และเอ็มบัปเป้กลายเป็นผู้เล่นอายุต่ำกว่า 20 ปีที่ยิงได้สองประตูขึ้นไปในเกมฟุตบอลโลกเกมเดียว ต่อจากเปเล่ ที่ทำไว้ตั้งแต่ปี 1958 หรือเมื่อ 60 ปีที่แล้ว โดยในครั้งนั้น ตำนานลูกหนังบราซิลเลียนกดแฮตทริคใส่ฝรั่งเศสนี่เอง ในรอบรองชนะเลิศ (ชนะ 5-2) ก่อนจะไปยิงอีกสองใส่สวีเดนในนัดชิง(ชนะ 5-2) พาบราซิลคว้าแชมป์โลกในปีนั้น

ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฝรั่งเศสจะเข้าไปพบกับอุรุกวัยที่เอาชนะโปรตุเกสมาได้ ในคืนวันเดียวกัน

ปวดร้าว! เมสซี เดินหนีไม่ให้สัมภาษณ์หลังเกมพ่าย ฝรั่งเศส

ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา ไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังจบเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ทีมของเขาพ่ายให้กับฝรั่งเศส

เกมนี้ ฝรั่งเศส ออกนำเร็วจากจุดโทษของอองตวน กรีซมันน์ แต่ อาร์เจนตินา ไม่ยอมง่าย ๆ ไล่ยิงตีเสมอก่อนหมดครึ่งแรกจากลูกยิงไกลสุดงามของอังเคล ดิ มาเรีย และเริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่นานก็เป็นเมสซีที่ยิงไปไปโดนกาเบรียล แมร์กาโด เข้าประตูขึ้นนำ 2-1 แต่ทัพตราไก่ที่ร้อนแรงด้วยบรรดาดาวรุ่ง ตีเสมออีกครั้งจากเบงฌาแม็ง ปาวาร์ และสองประตูสุดโหดจากคิลิยัน เอ็มบัปเป้ ทำให้ตราไก่หนีไกลสุดกู่ 4-2 แม้เซร์คิโอ อเกวโร จะยิงไล่มาในช่วงทดเจ็บก็ไม่ทันการ รองแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ยุติเส้นทางไว้ที่รอบ 16 ทีม

ซึ่งหลังจบเกม เมสซีได้เดินผ่านโซนพบปะสื่อมวลชนไปโดยไม่หยุดให้สัมภาษณ์กับสื่อใดเลย

หลังจบเกมนี้ ลูคัส บิเกลีย และ ฮาเวียร์ มาสเชราโน เป็นผู้เล่นสองคนแรกที่ประกาศอำลาทีมชาติอาร์เจนตินา ท่ามกลางความคาดหมายว่ากัปตันเมสซีอาจบอกลาทีมชาติเป็นครั้งที่สองเช่นกัน

 …

ลุ้นอาการ คาวานี! อุรกวัยฉลุย 8 ทีมเชือดโปรตุเกส 2-1

ฟุตบอลโลก 2018 เกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายของคู่ที่สอง ระหว่าง อุรุกวัย แชมป์กลุ่มเอ เจอกับ โปรตุเกส รองแชมป์กลุ่มบี

 

ทีมจอมโหดยังคงจัดขุมกำลังเกมรับเกมรุกตัวหลักเล่นกันพร้อมหน้า นำมาโดย เฟร์นันโด มุสเลรา, โฆเซ มาเรีย ฆิเมเนซ, ดิเอโก้ โกดิน, หลุยส์ ซัวเรซ และ เอดินสัน คาวานี ส่วนฝอยทองยังคงมี เปเป้, วิลเลียน คาร์วัลโญ และ คริสเตียโน โรนัลโด้ นำทัพ

เปิดเกมมา 2 นาที เจา มาริโอ หาโอกาสครอสบอลทางซ้ายมาถึงแบร์นาโด้โขกบอลเหินโด่งข้ามคาน เป็นโอกาสบุกครั้งแรกของ โปรตุเกส

จากนั้นอีก 4 นาที คาวานีประสานงานกับซัวเรซจากช็อตครอสบอลไปทางซ้าย สุดท้ายแข้งบาร์ซาเปิดบอลทิศทางพุ่งหาประตูมาถึงศีรษะคาวานีโขกเสียบเสาแรก อุรุกวัย นำ 1-0 จากการเข้าทำครั้งแรก

ผ่านมา 20 นาที แม้โปรตุเกสจะมีโอกาสบุกในพื้นที่จอมโหดอยู่พักหนึ่ง ทว่าทีมจากแดนละตินกลับมีลุ้นหวาดเสียวอีกหนจากลูกฟรีคิกนอกกรอบของซัวเรซที่รุย ปาทริซิโอต้องออกแรงปัด

เวลาที่เหลือของครึ่งแรก CR7 ก็มีโอกาสลุ้นยิงลูกฟรีคิกระยะที่เจ้าตัวเคยทำได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ทว่ากลับยิงไปติดกำแพง ทำให้ครึ่งแรกยังเป็นอุรุกวัยนำ 1-0

เริ่มครึ่งหลังนาทีที่ 51 จากโอกาสยิงเต็มข้อของเกเรย์โรที่ได้ลองตั้งป้อมกดเต็มๆดันเหินข้ามคานไป

แต่แล้วนาทีที่ 55 จากลูกเตะมุมทางซ้ายที่เกเรย์โรครอสมาถึงเปเป้ ส่งให้เจ้าตัวเขกเต็มศีรษะตุงตาข่าย โปรตุเกสตามมาที่ 1-1

นาทีที่ 62 ทีมจอมโหดไม่ยอมง่ายๆ และกลับมาขึ้นนำ โปรตุเกส 2-1 จากจังหวะปั่นด้วยขวาจากนอกกรอบเขษโทษของ เอดิสัน คาวานี บอลโค้งเสียบเสาสองไปอย่างสวยงาม

อีก 7 นาทีต่อมา แบร์นาโด้พลาดช็อตจบสกอร์ในจังหวะที่มุสเลรากะจังหวะบอลพลาด ทว่าแข้งแมนฯซิตี้กลับหวดบอลออกหลัง จากนั้นนาทีที่ 74 อุรุกวัยมาเจอข่าวร้าย เมื่อคาวานีดันมีอาการเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม หมดเวลาการแข่งขัน อุรุกวัยเฉือนโปรตุเกส 2-1 พร้อมผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปรอชนฝรั่งเศส โดยจะทำการแข่งขันในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้…

ปิดเกมบุกฝอยทอง! ฟอร์ลัน มั่นใจแนวรับ อุรุกวัย เอา โด้ อยู่

ดิเอโก้ ฟอร์ลัน อดีตดาวยิงทีมจอมโหด อุรุกวัย เชื่อว่าทีมของเขามีเกมรับแข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับเกมรุกของ โปรตุเกส

ที่มีจอมถล่มประตูอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อยู่ในทีม โดยทั้งสองทีมจะลงสนามดวลกันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก คืนนี้

กัปตันทีมฝอยทองกระหน่ำไปแล้วสี่ประตูในรอบแบ่งกลุ่มรวม แทงบอลออนไลน์ ถึงการยิงแฮตทริคใส่ สเปน ในเกมนัดแรก ขณะที่ อุรุกวัย ชนะรวดสามเกมและยังไม่เสียแม้แต่ประตูเดียวในทัวร์นาเมนต์นี้ซึ่ง ฟอร์ลัน แสดงความเชื่อมั่นในเกมรับของทีมว่าจะหยุดเกมรุกของ โปรตุเกส ได้ “เราคือทีมที่เน้นการตั้งรับและมีกองหลังดีๆ หลายคน โรนัลโด้คือสุดยอดนักเตะแต่ผมมั่นใจในการตั้งรับของพวกเรา” “ผมไม่ได้กังวลเรื่องเกมรับแต่เราต้องระมัดระวัง เราต้องมีสมาธิให้มากกว่าเกมที่ผ่านมา เราต้องไม่ประมาทคู่แข่งของเรา”

อดีตกองหน้าจากทีมปีศาจแดงยังกล่าวถึง โรนัลโด้ ว่าจะเป็นตัวอันตรายสำหรับทีม อุรุกวัย “เราเห็นโรนัลโด้ในแบบที่แตกต่างออกไป เขาเป็นนักเตะที่เล่นเป็นทีมมากขึ้น เขาเป็นตัวจบสกอร์แต่นักเตะคนอื่นในทีมก็สามารถทำได้เช่นกัน เขาสามารถยิงประตูได้อย่างสบายๆ นี่คือเหตุผลที่เขาคือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก”…

เต็มสูบ! เบลเยียมเฮ”ลูกากู-แฟร์มาเลน”ฟิตทันดวลแข้งซามูไร

รแบร์โต้ มาร์ติเนซ เฮดโค้ชทีมชาติเบลเยียมเผยข่าวดีให้แฟนบอลได้ทราบว่า โรเมอู ลูกากู และ โธมัส แฟร์มาเลน สองดาวเตะคนสำคัญ

ของทีมฟิตเต็มถังพร้อมลงสนามพบ ญี่ปุ่น ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018

ดาวยิงจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ กองหลังจาก บาร์เซโลนา มีอาการบาดเจ็บ แทงบอลออนไลน์ ติดตัวจนไม่ได้ลงสนามในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มกับ อังกฤษ อย่างไร

“โรเมอู ลูกากู สบายดีแล้ว เขาฟิตเต็มที่และกลับมาซ้อมได้เต็มรูปแบบแล้ว เขาไม่มีปัญหาและน่าจะพร้อมลงสนาม” มาร์ติเนซ กล่าว

“โธมัส แฟร์มาเลน มีปัญหาเรื่องดวงตา เขาโดนกระทบกระเทือนนิดหน่อยเหมือนตอนคุณต่อยมวย อาการบาดเจ็บอื่นๆตอนนี้ไม่มีแล้วมีเพียงแค่เรื่องดวงตา”

“การมองเห็นของเขาไม่สมบูรณ์เพราะมีอาการอักเสบ แต่เขาจะพร้อมและกลับมาซ้อมได้ในวันพรุ่งนี้”

 …