เดือน: สิงหาคม 2020

อาการแพ้เหงื่อเกิดขึ้นได้และเป็นอย่างไร ?

แพ้เหงื่อ เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

แพ้เหงื่อ มักเกิดขึ้นค่อนข้างเฉียบพลัน และเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย ส่วนใหญ่พบได้มากที่สุด ที่ บริเวณหน้าอก ใบหน้า แผ่นหลังส่วนบน และแขน เบื้องต้นผื่นลมพิษจะขึ้นหลังจากเริ่มมีเหงื่อออกไม่นานนัก ผื่นที่ขึ้นมีลักษณะ

เป็นปื้นแดง ๆ หรือหนานูนเป็นวงกลม อาจมีอาการคัน หรืออาจมีอาการเจ็บแปลบ ๆ หากสัมผัสตรงผื่นจะรู้สึกอุ่น ในบางครั้งอาจคล้ายกับอาการผิวหนังบวม หากผื่นเกิดบริเวณใกล้ ๆ กัน

ซึ่งอาการแพ้เหงื่อจะกินเวลาครั้งละประมาณ 30 นาที ไปจนถึง 1 ชั่วโมง ให้นับตั้งแต่เริ่มเกิดอาการจนผื่นลมพิษยุบ แต่ว่าในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดอาการแพ้ที่รุนแรงจนอาจเป็นอันตรายได้ ดังนั้นหากเกิดอาการอื่นร่วมด้วย

อย่างเช่น ท้องเสีย ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ หายใจตื้น หรือหายใจมีเสียงหวีด น้ำลายในปากเยอะขึ้นกว่าปกติ ความดันโลหิตลดต่ำลง และปวดบีบท้อง ควรรีบไปพบหมอให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัย…

ข้อดีและข้อเสียของการกดสิว โดยแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญ

การกดสิวที่ต้องรู้

การกดสิวที่ต้องรู้ ซึ่งปกติแล้ว การกดสิวจะปลอดภัยหากทำแบบถูกวิธีโดยแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกหัดมาเป็นอย่างดี ทำในสถานที่ที่สะอาด และใช้เครื่องมืออย่างเหมาะสม ซึ่งการรักษาสิวด้วยวิธีนี้จะช่วยกำจัดสิวอุดตันให้หายเร็วขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดสิวใหม่หากใช้วิธีอื่น ๆ ในการดูแลผิวหน้าร่วมด้วย อย่างเช่น การล้างหน้าและดูแลผิวหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ

โดยอย่างไรก็ตาม การกดสิวที่ไม่ถูกวิธี ไม่รักษาความสะอาดให้ดี รวมถึงการแกะหรือบีบสิวอาจทำให้ปัญหาสิวแย่ลง อาจเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียจนเกิดการอักเสบ และอาจเกิดรอยแผลเป็นจากสิวได้ ซึ่งดังนั้น หากต้องการกดสิว ทางที่ดีที่สุด คือ ไปพบแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการเกิดปัญหาผิวหนังต่าง ๆ ตามมานั่นเอง…

การกดสิวด้วยตัวเอง ทำอย่างไร

การกดสิวด้วยตัวเอง

การกดสิวด้วยตัวเอง ถึงแม้การกดสิวจะเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำด้วยตัวเอง เพราะหากขาดความชำนาญหรือใช้เครื่องมือไม่สะอาดเหมาะสม อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อและทำให้สิวอักเสบรุนแรงได้ หากต้องการกดสิวด้วยตัวเอง สามารถศึกษาและทำตามวิธีที่ถูกต้องได้ ดังนี้

1.เริ่มจากล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นหรือสบู่
2.ใช้ครีมผลัดเซลล์ผิว มีส่วนผสมของเอนไซม์ทาลงบนบริเวณที่เป็นสิวอุดตัน แต่ก็ต้องมั่นใจว่าสิวที่จะกดเป็นสิวอุดตันเต็มที่แล้ว
จากนั้นก็ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นวางลงบนบริเวณที่เป็นสิว แล้วนวดเบา ๆ เพื่อให้เซลล์ผิวหนังได้ลอกออก
3.ห่อนิ้วมือด้วยกระดาษทิชชู่เพื่อที่จะป้องกันแบคทีเรียบนฝ่ามือสัมผัสกับใบหน้า หลังจากนั้นใช้นิ้วมือทั้ง 2 ข้างหรือสำลีก้านดันผิวหนังบริเวณที่ใกล้กับสิวจนหัวสิวได้หลุดออกมา ถ้าหากกดสิวแล้วหัวสิวไม่หลุดออกมาโดยง่าย ให้หยุดกดสิวจุดนั้นทันที
4.หลังจากกดสิว ให้เช็ดทำความสะอาดบริเวณรอยสิว แล้วทาโลชั่นที่มีส่วนผสมของสังกะสีออกไซด์สำหรับสิวหัวขาว และใช้มาสก์โคลนสำหรับสิวที่มีหัวดำ…

การรักษาสิวอุดตันด้วยตนเอง

สิวอุดตันรักษาด้วยตัวเอง

สิวอุดตันรักษาด้วยตัวเอง เมื่อเป็นสิวอุดตัน ในเบื้องต้นสามารถรักษาดูแลอาการได้ด้วยตนเอง ด้วยการใช้ยาทาเฉพาะที่ทาบนบริเวณที่เกิดสิว สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาที่มีใบรับรองอย่างถูกต้อง ซึ่งให้เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำ ยารักษาสิวอุดตัน จะช่วยทำให้สิวแห้งลง และสามารถชำระล้างสิ่งอุดตันและน้ำมันบนผิวหน้าออกไปได้ง่ายมากขึ้น

ตัวอย่างยารักษาสิวอุดตันที่ผู้ป่วยสามารถใช้รักษาได้ด้วยตนเอง อย่างเช่น

1.เบนซิลเพอร์ออกไซด์
2.กรดซาลิไซลิค
3.กรดอะซีลาอิค
4.กรดไกลโคลิค
และในระหว่างนี้ ผู้ป่วยควรทำตามตัวอย่างแนวทางปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า หรือผิวบริเวณที่เป็นสิว ไม่พยายามจับ บีบสิว แกะหรือเกา เพราะอาจทำให้แบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวอาจแพร่ไปยังผิวในบริเวณอื่น ๆ อาจทำให้เกิดรอยแดง ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด ระคายเคือง หรืออาจเกิดร่องรอยแผลเป็นได้ในภายหลัง ล้างหน้าให้สะอาดด้วยสบู่อ่อน ๆ และน้ำสะอาด 2 ครั้ง/วัน และเลือกใช้เครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนประกอบของน้ำมัน และไม่ทำให้เกิดการอุดตัน ไม่สูบบุหรี่หรือเลิกไปเลยยิ่งดี…

สิวอุดตันเกิดจากสาเหตุอะไร?

สิวอุดตันเกิดจากอะไร

สิวอุดตันเกิดจากอะไร ตอบได้เรยว่าสิวอุดตันเกิดจากการอุดตันของเซลล์เยื่อบุผิวหนังที่ตายแล้ว และไขมันที่มีการผลิตออกมามากเกินไปจากต่อมไขมันจากใต้ผิวหนัง โดยการอุดตันจะเกิดภายในรูขุมขนใต้ผิวหนัง ปรากฏออกมาเป็นสิวอุดตันในลักษณะต่าง ๆ

ส่วนปัจจัยที่อาจจะทำให้เกิดสิวอุดตัน อันได้แก่

1.ปฏิกิริยาที่เกิดจากฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเทอโรน ทำงานมากเกินไป จนกลายเป็นไดไฮโดรเทสโทสเทอโรน ที่มีฤทธิ์แรงกว่าเทสโทสเทอโรน และส่งผลกระทบภายในเซลล์ผิวหนังได้มากกว่านั่นเอง

2.กรดไขมันอิสระที่เกิดขึ้นภายในต่อมไขมัน อันเป็นผลมาจากเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว

3.ระดับของกรดไขมันไลโนเลอิคที่ลดลง ซึ่งในไขมันที่ถูกผลิตจากต่อมไขมัน อาจทำให้ระบบการทำงานเพื่อการปกป้องผิวชั้นในลดต่ำลงไปด้วย

4.สารกระตุ้นการอักเสบ ที่ถูกผลิตโดยเยื่อบุเซลล์ภายในรูขุมขน คือกระบวนการตอบสนองในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

5.ผิวสัมผัสกับสารเคมีที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน สารไอโซโพรพิล ไมริสเตท และสีย้อมที่มักพบในเครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์แชมพูต่าง ๆ สารโพรไพลีน ไกลคอล ที่เป็นส่วนผสมในเนื้อครีมหรือเจลต่าง ๆ

6.ภาวะผิวหนังมีน้ำมากเกินไปในช่วงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งอาจจะเกิดจากการใช้ครีมที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนังเสริมให้เกิดภาวะนี้ หรือภาวะอาการทางกายอื่น ๆ ที่ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มมากขึ้น

7.เกิดความเสียหายบริเวณรูขุมขนจากการที่คุณบีบสิว การขัดผิวหน้า การลอกหน้าผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี หรือการทำเลเซอร์

8.การสูบบุหรี่ เพิ่มโอกาสในการเกิดสิวอุดตันได้มากยิ่งขึ้น…

การบำรุงผิวสวยใส เด้ง ผิวสุขภาพดี

สูตรเคล็ดลับ บำรุงผิวสุขภาพดี

บำรุงผิวสุขภาพดี ให้สาวๆที่ กำลังประสบปัญหาผิวแห้งกร้านสีผิวไม่สม่ำเสมอกัน อย่าปล่อยไว้นาน เรามีวิธีเคลียร์ปัญหานี้มาบอกต่อ เพื่อช่วยให้ผิวกลับมาสุขภาพที่ดีขึ้นอีกครั้ง

 

  • ขั้นแรกของการบำรุงผิวให้สวยใส เด้ง มีออร่า คือ การทำความสะอาดผิวที่ถูกต้อง สะอาดล้ำลึก เริ่มจากการทำความสะอาดผิวหน้า หากคุณแต่งหน้าเป็นประจำ สิ่งแรกที่ต้องทำคือใช้คลีนเซอร์ล้างเครื่องสำอางให้หมดจด หลายรอบ จนกว่าคราบเครื่องสำอางออกหมดจากนั้นล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าตามสภาพผิว

 

  • หลังจากทำความสะอาดแล้ว ขาดไม่ได้เลย คือ การใช้ครีมและโลชั่นบำรุงผิว ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ทุกวัน ย้ำว่าต้องทาทุกวัน เพื่อผิวจะได้ไม่แห้งกร้านและมีริ้วรอยก่อนวัย  นอกจากที่บอกไปข้างต้น ในแต่ละสัปดาห์ก็ควรหาเวลาว่างขัดถูขี้ไคลที่ฝังลึกตามผิวหนังออกไปบ้าง ทั้งผิวหน้าและผิวกาย สำหรับผิวหน้าให้ใช้สครับที่อ่อนโยน เพื่อป้องกันอาการแพ้ ถูนวดวนเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า 5-10 นาที แล้วล้างออก แล้วล้างหน้าตามปกติ แล้วก็อย่าลืมนวดกดจุดบนใบหน้าด้วยเพื่อการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบนผิวหน้า ส่วนผิวกายสามารถใช้เกลือสปา กากกาแฟ หรืออาจเป็นน้ำตาลสครับผิว มาใช้ในการขัดผิวได้ ขัดนวดวนให้ทั่วตัว 15-20 นาที ตามจุดต่างๆ เน้นที่หัวเข่า ข้อศอก และตาตุ่มเป็นพิเศษ เพื่อผิวเนียนเรียบเสมอกัน

 

  • นอกจากการดูแลผิวภายนอกแล้ว การดูแลสุขภาพผิวจากภายในสำคัญเช่นกัน หนึ่งในวิธีดูแลผิวให้ชุ่มชื้น มีออร่าคือการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย พยายามดื่มให้ได้ 1-2 ลิตรต่อวันนะจ๊ะสาวๆ ใครที่เพิ่งเริ่มก็พยายามดื่มให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ลิตร

 

  • ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ดูแลสุขภาพของลำไส้ ทำได้โดยการรับประทานนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวก และที่สำคัญควรฝึกตัวเองให้ขับถ่ายเป็นเวลาในทุกๆ วัน เมื่อเราขับของเสียออกจากร่างกายได้อย่างเป็นระบบ ก็จะส่งผลให้ผิวพรรณสดใสตามไปด้วยนั่นเอง

 

  • การออกกำลังกาย สำคัญแค่ไหน นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง และช่วยเบิร์นไขมันแล้ว อีกอย่างที่เป็นผลพลอยได้ที่ดี ก็คือ ช่วยให้ร่างกายขับเหงื่อและปัสสาวะได้ดีขึ้น พอสิ่งสกปรกออกมาตามเหงื่อได้ดี ผิวพรรณจะสดใส เปล่งปลั่ง และมีสุขภาพดีไปด้วย

 

  • สิ่งสุดท้ายที่สำคัญมากๆ ก็คือ การพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนก่อน 23.00 น. และตื่นเช้าในช่วง 6.00-7.00 น. หรืออย่างน้อยต้องนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้โกรทฮอร์โมนในร่างกายของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

สูตรพอกหน้าขาวกระจ่างใสด้วยด้วยแอปเปิ้ล สามารถช่วยในการบำรุงผิวหน้าให้กระจ่างใส ไร้ริ้วรอย

พอกแอปเปิ้ล กระจ่างใส ไร้ริ้วรอย

พอกแอปเปิ้ล สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือแอปเปิ้ล

วิธีการทำก็คือนำแอปเปิ้ลมาปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นนำเนื้อแอปเปิ้ลมาปั่นจนเป็นเนื้อละเอียด แล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างออกให้สะอาด ซึ่งในผลแอปเปิ้ลจะมีคอลลาเจน กับอิลาสติน สามารถช่วยในการบำรุงผิวหน้าให้กระจ่างใส ไร้ริ้วรอย และยังช่วยให้ผิวของสาวๆ แข็งแรงขึ้นได้อย่างดีอีกด้วย…