เดือน: กุมภาพันธ์ 2019

ระวังคิ้วหนา เป็นสะพานพระรามแปด ระวังคิ้วหนา เป็นสะพานพระรามแปด

ระวังคิ้วหนา  เทรนด์แฟชั่นเดี๋ยวมาแล้วก็ไป ไม่เหมือนกับความงามที่มาจากภายในโดยธรรมชาติของผู้หญิง

ระวังคิ้วหนา ที่จะคงอยู่ไปตลอด แต่หากไม่ดูแลมัน ต่อให้ปรุงเสริมเติมแต่งสักแค่ไหน ก็ยังสามารถเห็นจุดตำหนิเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อยู่ดี ดังนั้นสาว ๆ จึงต้องหมั่นเอาใจใส่ในทุกอณูตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ลองนึกสภาพหญิงสาวที่แต่งหน้าสวยงามแต่ผมกลับกระเซอะกระเซิงและแห้งเสียแตกปลายสิ i99bet ทำให้ลดความน่ามองลงไปเลยใช่ไหมล่ะ ?

ระวังคิ้วหนา

ใช้ดินสอเขียนคิ้ววาดกรอบและเน้นหางคิ้วเป็นพอ ไม่จำเป็นต้องระบายหัวคิ้วจนเข้ม แบบนั้นจะทำให้ใบหน้าดุและดูหนา อาจใช้ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นช่วยเบลนด์หัวคิ้วให้จาง ๆ รับทรงพอเหมาะกับสันจมูกของเรา

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com/…

พรางสีโคนผม เคล็ดลับความงามง่าย ๆ ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์อะไรเยอะ

พรางสีโคนผม  เทรนด์แฟชั่นเดี๋ยวมาแล้วก็ไป ไม่เหมือนกับความงามที่มาจากภายในโดยธรรมชาติของผู้หญิง

พรางสีโคนผม ที่จะคงอยู่ไปตลอด แต่หากไม่ดูแลมัน ต่อให้ปรุงเสริมเติมแต่งสักแค่ไหน ก็ยังสามารถเห็นจุดตำหนิเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อยู่ดี ดังนั้นสาว ๆ จึงต้องหมั่นเอาใจใส่ในทุกอณูตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ลองนึกสภาพหญิงสาวที่แต่งหน้าสวยงามแต่ผมกลับกระเซอะกระเซิงและแห้งเสียแตกปลายสิ i99bet ทำให้ลดความน่ามองลงไปเลยใช่ไหมล่ะ ?

พรางสีโคนผม

ทำสีผมมาแล้วพอผ่านไปสัก 2-3 เดือน รากผมก็งอกขึ้นมาตัดกับสีผมสวย ๆจะทำสีใหม่ก็กลัวผมเสียแถมยังเปลืองเงินอีก ซึ่งปัญหานี้ก็มีวิธีแก้ง่าย ๆ เพียงแค่พยายามทำผมให้ดูเป็นลอนคลื่นเข้าไว้ มันจะช่วยพรางสีโคนผมให้ดูกลืนเหมือนไล่ระดับมากกว่าหนีบผมตรงนะ แบบนั้นจะเห็นความต่างของสีผมชัดเจนจนเกินไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com/

 …

ผลดีของการนอนหลับเพียงพอ

ผลดีของการนอนหลับเพียงพอ

ผลดีของการนอนหลับเพียงพอ

ผลดีของการนอนหลับเพียงพอ ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ต้องรีบเร่งไปทำงาน กว่าจะเสร็จกลับบ้านได้ทำให้เหลือเวลาในการนอนหลับพักผ่อนน้อยตามไปด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า การนอนหลับนั้นมีความสำคัญมากเพียงใด

เพราะการนอนหลับเป็นกลไกแบบอัตโนมัติอย่างหนึ่งของร่างกายที่สมองไปสั่งให้เราเกิดความรู้สึกว่าเวลานี้ควรนอนหลับ โดยแสดงออกด้วยอาการต่าง เช่น หาว หนังตาเริ่มหย่อนลืมตาไม่ค่อยจะขึ้น จนเริ่มเข้าสู่สภาวะหลับใหลในที่สุด i99bet

การนอนหลับเป็นการซ่อมแซมเซลล์ และอวัยวะที่สึกหรอ รวมไปถึงฮอร์โมนต่างๆในร่างกายให้สมดุล ส่งผลให้สุขภาพของคนเรานั้นกลับมาแข็งแรงมีประสิทธิภาพในการทำงานต่อไป

การนอนหลับเพียงพอส่งผลดีอย่างไร
การนอนเป็นกระบวนการเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเป็นการเพิ่มจำนวนของเม็ดเลือดขาว ซึ่งเม็ดเลือดขาวมีหน้าที่ยับยั้งเชื้อโรคที่จะเข้ามาทำอันตรายต่อร่างกายของเรา
ทำให้ระบบการย่อยอาหารเป็นปกติ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับปกติ ซึ่งถ้าระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นจะส่งผลให้เราแก่เร็วขึ้น
ช่วยลดความเครียด ความเมื่อยล้าของร่างกาย ทำให้หลังจากเราตื่นจากการนอนหลับจะเกิดความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
ช่วยในการควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และช่วยควบคุมระดับความดันของเลือดด้วยเช่นเดียวกัน
ช่วยในการรักษาระบบประสาทให้ทำหน้าที่ได้เต็มที่ เพราะช่วงเวลาที่ระบบประสาททำงานของมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดก็คือช่วงเวลาการนอนนี่เอง
ช่วยในการเผาพลาญไขมัน เพราะหากว่าเรานอนหลับน้อยกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน ฮอร์โมนที่จำเป็นในการควบคุมไขมันและกล้ามเนื้อจะทำงานน้อยลงตามไปด้วย
เทคนิคการเตรียมพร้อมก่อนเข้านอน
ก่อนเข้านอน ควรงดดื่มเครื่องดื่ม จำพวกกาแฟหรือน้ำอัดลมที่มีสารคาเฟอีน เพราะสารคาเฟอีนจะทำให้หลับยาก ทำให้รู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ควรดื่มนมอุ่นๆทดแทนก่อนการเข้านอน
จัดสภาพและบรรยากาศการนอนให้เหมาะสม เช่น ไม่มีเสียงดังรบกวนการนอน อุณหภูมิของห้องนอนเย็นสบายไม่ร้อนอบอ้าวหรือการนำดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆมาวางไว้ในห้องนอน เป็นต้
ก่อนเข้านอนควรกินขนมปังโฮลวีต เผือก มันเทศ เพราะจะทำให้ร่างกายสร้างสารที่มีชื่อว่า สารเซโรโทนิน (serotonin) ซึ่งส่งผลให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น
ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายก่อนเข้านอน เช่น นั่งสมาธิก่อนนอน สวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนหรืออาบน้ำอุ่นให้สบายตัวก่อนเข้านอน เป็นต้น
เมื่อเรารู้สึกง่วงนอนขึ้นมาต้องรีบไปนอนโดยเร็วที่สุด อย่าประวิงเวลาการนอนออกไป เพราะถ้าเกิดง่วงนอนแล้วหลับในขณะที่ทำงานกับเครื่องจักรหรือในตอนขับรถ ย่อมเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.honestdocs.co…

การขับถ่ายบอกอะไรคุณได้บ้าง

การขับถ่ายบอกอะไรคุณได้บ้าง

การขับถ่ายบอกอะไรคุณได้บ้าง

การขับถ่ายบอกอะไรคุณได้บ้าง ทราบไหมว่าการถ่ายหนักบอกอะไรได้มากมายเกี่ยวกับสุขภาพของคุณ

หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ‘รับประทานอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น’ กันมาบ้าง คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่าคำกล่าวนั้นจริงเท็จเช่นไร คำตอบรออยู่แล้วในห้องน้ำของคุณนั่นเอง เมื่อพูดถึงสุขภาพของการขับถ่าย บางคนอาจไม่สะดวกใจนักที่จะกล่าวถึง ขณะที่อีกหลายคนเห็นเป็นเรื่องขำขัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่คุณขับถ่ายออกมากำลังบอกให้รู้ถึงสุขภาพภายใน ที่หลายครั้งอาจไม่ใช่เรื่องชวนหัวเราะเสมอไป การขับถ่ายอุจจาระที่ดี นั้น ควรเป็นไปอย่างสะดวก สบาย และไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกผิดปกติไม่ว่าจะพิจารณาในด้านกลิ่น สี หรือรูปร่าง ลักษณะของอุจจาระที่บ่งบอกถึงสุขภาพลำไส้และอาหารการกินที่ดีควรนิ่มแต่ทว่าจับตัวเป็นก้อน มีสีน้ำตาลอ่อน มีรูปร่างสม่ำเสมอตลอดลำ เคลื่อนออกจากลำไส้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม ลักษณะของอุจจาระย่อมมีความแปรผันไปในแต่ละวันเช่นเดียวกับอาหารที่คุณเลือกรับประทาน และอาจไม่ได้มีลักษณะที่พึงปรารถนาทุกวัน ลองสังเกต เปรียบเทียบ และวิเคราะห์ดูจากข้อมูลต่อไปนี้
เป็นลูกกระสุน ก้อนเล็ก แข็ง เคลื่อนผ่านลำไส้ยาก อุจจาระค้างในลำไส้เป็นเวลานานมาก จนแห้งแข็ง คุณรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยเกินไป รวมทั้งดื่มน้ำไม่มากพอ ลดอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ และผลิตภัณฑ์นมลงให้พอเหมาะ ดื่มน้ำมากขึ้น รับประทานผักและผลไม้ หรือเลือกรับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาว

รูปทรงยาวรีแบบไส้กรอก แข็งและมีผิวขรุขระ อุจจาระค้างอยู่ในลำไส้เป็นเวลานาน คุณรับประทานอาหารจำพวกกากใย และดื่มน้ำไม่เพียงพอ ลดอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ และผลิตภัณฑ์นมลงให้พอเหมาะ ดื่มน้ำมากขึ้น รับประทานผักและผลไม้ หรือเลือกรับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาว

รูปทรงเป็นลำคล้ายไส้กรอกแต่ผิวแห้งแตก คุณมาถูกทางแล้ว! แต่รอยแตกที่พื้นผิวแสดงว่าคุณอาจดื่มน้ำไม่เพียงพอ อุจจาระจึงแห้งเกินไป พยายามดื่มน้ำให้มากขึ้น

รูปทรงสมบูรณ์แบบ ผิวเรียบ และอ่อนนุ่ม เป็นอุจจาระในอุดมคติ แสดงให้เห็นว่าคุณรู้จักเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม คุณทำได้ดีมาก อย่าลืมเผื่อแผ่เคล็ดวิธีในการเลือกรับประทานอาหารไปสู่คนข้าง ๆ ด้วย

เป็นก้อนชัดเจน นิ่ม เคลื่อนผ่านลำไส้ได้ง่าย อาจมีปัจจัยบางประการที่ทำให้ อาหารผ่านมายังลำไส้ใหญ่เร็วเกินควร ซึ่งอาจทำให้คุณขาดน้ำ และสารอาหารได้ รับประทานอาหารที่มีกากใยสูงให้มากกว่าเดิม อาจเสริมด้วยโยเกิร์ต เพื่อปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้

มีลักษณะเปื่อยยุ่ย ขอบไม่ชัดเจน เคลื่อนผ่านลำไส้ได้ง่ายมาก เช่นเดียวกัน อาจมีปัจจัยบางประการ เช่น การแพ้อาหาร มีแบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุลที่ทำให้อาหารผ่านมายังลำไส้ใหญ่เร็วไปส่งผลให้คุณขาดน้ำ และสารอาหารที่จำเป็น รับประทานอาหารที่มีกากใยสูงให้มากกว่าเดิมโดยเน้นธัญพืชแบบเต็มเมล็ด งดรับประทานผักดิบ ผลไม้ดิบ และน้ำผลไม้คั้นสดสักระยะ เสริมด้วยโยเกิร์ตเพื่อปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้

เหลว เป็นน้ำ ไม่มีก้อนปรากฏ ท่าทางไม่ดี อาจหมายถึงการติดเชื้อในลำไส้บางประการ ควรรีบไปพบแพทย์ปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ เลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ซุปข้าวกล้อง ซุปผัก ดื่มน้ำและเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อชดเชยแร่ธาตุที่สูญเสียไป

สาเหตุที่ทำให้อุจจาระเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนสีไปอาจเป็นไปได้หลายประการ ตัวอย่างข้างต้น เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น หากอุจจาระของคุณมีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติไปจากเดิมทั้งสี รูปร่าง ลักษณะหรือกลิ่น ควรรีบปรึกษาแพทย์

ข้อแนะนำในการขับถ่าย
ทำจิตใจให้สงบ อย่าเครียด หรือวิตกกังวลจนเกินไป
หมั่นออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ
ไม่ควรเบ่งอุจจาระแรงเกินไปเพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อหูรูดหดเกร็ง จนเป็นเหตุให้ท้องผูกตามมา

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.bumrungrad.com

เทคนิคยิ่งกินยิ่งผอม

เทคนิคยิ่งกินยิ่งผอม

เทคนิคยิ่งกินยิ่งผอม

เทคนิคยิ่งกินยิ่งผอม การลดน้ำหนักที่ดีและได้ผลคือการลดที่ปริมาณไขมันสะสมในร่างกาย โดยมีวิธีการหลักๆอยู่ 2 วิธี คือ ควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย โดยสองหลักการนี้จะทำงานกันเป็นทีม การควบคุมอาหารจะช่วยให้เราได้รับพลังงานและสารอาหารอย่างพอเหมาะ และการออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มการเผาพลาญพลังงาน และช่วยในการควบคุมน้ำหนักจึงขาดสิ่งใดสิ่งนึงไปไม่ได้

แต่ถ้าหากเรามีเวลาจำกัดไม่สามารถจัดสรรเวลาให้ไปออกกำลังกายได้บ่อยๆ ทางออกคือการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด แต่ใช่ว่าจะไม่ออกกำลังกายเลย เพราะอย่างที่กล่าวไป การจะได้รับผลดีที่สุดก็คือ ลดน้ำหนักลงได้ และไม่กลับมาอ้วนอีก ซึ่งต้องอาศัยการปฏิบัติทั้งสองอย่างคู่กัน เมื่อเราควบคุมอาหารดีแล้ว เราก็ไม่จะเป็นต้องหักโหมออกกำลังกายแบบบ้าคลั่ง แถมยังมีแรงเหลือไปออกกำลังกายได้อย่างชิลๆ ไม่ทำลายสุขภาพและมีรูปร่างสมส่วนไม่เหี่ยวไม่ย้วยอีกด้วย

ควบคุมไม่ใช่การอดอาหาร
หลายคนได้ยินเรื่องการควบคุมอาหารแล้วพลันนึกไปว่า จะต้องอดนั่นอดนี่ ต้องงดมื้อเย็น ต้องกินน้อยๆ ซึ่งในความเป็นจริง หลักการในการควบคุมอาหารที่ถูกต้องคือ ควบคุมปริมาณและสารให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน กิจกรรมต่างๆในแต่ละวัน ชนิดการออกกำลังกาย โดยคำนวนจากค่า BMR และ TDEE หรือใช้การคำนวนสารอาหารทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ตามน้ำหนักตัว เรียกง่ายๆว่าใช้เท่าไหร่ ทานเท่านั้น เพื่อไม่ให้พลังงานส่วนเกินเหลือเก็บสะสมเป็นไขมัน และควรเลือกด้วยว่าจะทานอาหารชนิดใดบ้าง เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ ใช่ว่าจะคุมแต่แคลอรี่อย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงทั้งสองส่วนที่กล่าวไปด้วย ซึ่งเมื่อรู้หลักการแล้ว เราไม่จะเป็นต้องอดหรืองดอาหารเลย เรียกได้ว่า ยิ่งกินยิ่งผอมเลยทีเดียว โดยเทคนิคในการเลือกอาหาร 5 ข้อหลักๆดังนี้

กฏข้อที่ 1 หลีกเลี่ยงอาหารขาวๆ
อาหารขาวๆในที่นี้โดยมากจะเป็นอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล หรืออาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก ซึ่งอาหารกลุ่มนี้เป็นแหล่งพลังงานต้นในการดำรงค์ชีวิตและการทำกิจกรรมต่างๆ จะให้พลังงานสูง และทำให้เกิดกระบวนการสะสมไขมันได้ถ้าหากทานมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องใช้ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ทานเลย เนื่องจากคนที่งดอาหารประเภทแป้งไปเลย หากออกกำลังกายหรือใช้แรงเยอะๆก็อาจทำให้เกิดการสูญเสียกล้ามเนื้อได้เช่นกัน เมื่อกล้ามเนื้อน้อย ก็เผาผลาญน้อย เกิดโยโย่เอฟเฟคได้ง่าย เราควรเลือกทานคาร์โบไฮเดรตกลุ่มเชิงซ้อนเป็นหลัก อย่างข้าวซ้อมมือ มันเทศ ธัญพืช และถั่วต่างๆ และหลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ที่ประกอบด้วย แป้งสีขาวๆ อย่าง ข้าวขาว ขนมปังขาว น้ำตาลทรายขาว เส้นพาสต้า มันฝรั่ง นอกจากนี้ยังมีอาหารสีขาวในกลุ่มของโปรตีน อย่าง ซีส และ เนย ก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน

อาหารสีขาวที่ดีๆมีประโยชน์ก็มีมากมาย และแนะนำให้รับประทานในช่วงการลดน้ำหนักคือ กลุ่มผักอย่าง ดอกกะหล่ำปลี หัวไชเท้า กะหล่ำปลี กลุ่มเนื้อสัตว์ได้แก่ เนื้อปลา ไข่ขาว อก,สันในไก่ และ นม เป็นต้น

กฏข้อที่ 2 จัดสัดส่วน แบ่งมื้อเล็ก ทานบ่อยๆ
เทคนิคอีกอย่างของการลดน้ำหนักคือ การเฉลี่ยพลังงานที่ได้จากอาหารออกเป็นครั้งย่อยๆ ข้อดีของการแบ่งอาหารออกเป็นมื้อเล็กๆย่อยๆ จะช่วยให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และเป็นการช่วยกระตุ้นการเผาผลาญให้ร่างกายอีกด้วย โดยมากจะแนะนำให้แบ่งมื้ออาหารออกเป็น 5-6 มื้อ สำหรับคนที่ไม่มีเวลาอาจย่อยเป็น 4 มื้อก็ได้ตามความเหมาะสมกับตารางชีวิตขอตนเอง โดยเฉลี่ยความห่างของแต่ละมื้อประมาณ 3 ชม และจัดสัดส่วนของอาหารโดยให้มื้อหลักอย่าง มื้อเช้า มื้อเที่ยง และมื้อเย็นประกอบด้วย อาหารประเภทข้าวแป้ง 1 ส่วน ผักใบเขียว 2 ส่วน และเนื้อสัตว์ 1 ส่วน สำหรับมื้อที่เหลือเป็นของว่างระหว่างมื้อโดยให้ทานอาหารกลุ่มที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนกับโปรตีน

มื้ออาหารที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ มื้อเช้าและมื้อเย็น(หลังออกกำลังกาย) สำหรับมื้อเช้าที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นมื้ออาหารมื้อแรกของวัน ควรทานให้ครบหมู่เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ดีมีประโยชน์และมีพลังงานเพียงพอต่อความต้องการ เพื่อใช้เป็นพลังงานในระหว่างวัน ส่วนมื้อเย็นที่เป็นมื้อหลังการออกกำลังกาย จะเป็นสารอาหารที่ชดเชยและช่วยซ่อมแซมร่างกายที่ถูกใช้งานไปในระหว่างวันและในการออกกำลังกาย ซึ่งมื้อหลังออกกำลังกายนี้อาจลดในส่วนของข้าว แป้งลง แต่เน้นในส่วนของ ผัก และโปรตีนเป็นหลัก เพื่อไม่ให้เหลือเป็นพลังงานในช่วงที่ร่างกายลดการเผาผลาญลงขณะที่นอนหลับนั่นเอง

กฏข้อที่ 3 งดดื่มเครื่องดื่มที่ให้พลังงาน
เครื่องดื่มที่ให้พลังงานส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของน้ำตาลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลที่เติมเพื่อแต่งรสชาติ หรือน้ำตาลที่มีอยู่ตามธรรมชาติ หรือแม้แต่เครื่องดื่มที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เพราะเครื่องดื่มประเภท 0 แคลอรี่ จะทำให้ร่างกายเคยชินกับความหวาน และอาจทำให้ร่างกายลดการดึงพลังงานจากไขมันมาใช้ได้ ดั้งนั้นเพื่อให้ลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น ตัวเลือกที่ดีที่สุดคือ น้ำเปล่า ส่วนเครื่องดื่มที่ควรงดได้แก่ เครื่องดื่มหวานๆ น้ำผลไม้ น้ำอัดลม เครื่องดื่มปั่น และ เครื่องดื่มพวกผสมเกลือแร่

กฏข้อที่ 4 น้ำเปล่าตัวช่วยผอม
น้ำเป็นสิ่งสำคัญมากในการดำรงค์ชีวิต ความเชื่อที่ว่าดื่มน้ำมากๆแล้วจะทำให้บวมน้ำเป็นความเชื่อที่ผิด ไม่เป็นความจริง ในทางกลับกันการดื่มน้ำมากๆจะทำให้ร่างกายได้น้ำอย่างเพียงพอ และลดการกักเก็บน้ำไว้ในร่างกาย ยิ่งในช่วงของการลดน้ำหนักควรดื่มน้ำมากๆ เพราะน้ำจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น ทำให้รู้สึกอิ่ม และยังช่วยลดความอยากทานของหวานๆได้ นอกจากนี้การดื่มน้ำเย็นๆใส่น้ำแข็ง 1 แก้วจะทำให้การเผาผลาญพลังานเพิ่มขึ้น 1 kcal เนื่องจากร่างกายต้องปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น หรือ แม้แต่เทคนิคการดื่มน้ำแก้วใหญ่ๆ 2 แก้วก่อนมื้ออาหาร พร้อมควบคุมพลังงานรวมของอาหารในแต่ละวัน จะช่วยการลดน้ำหนักทำได้ง่ายขึ้นและทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

กฏข้อที่ 5 …

สูตรไข่ขาวพอกหน้า

สูตรไข่ขาวพอกหน้า

สูตรไข่ขาวพอกหน้า

สูตรไข่ขาวพอกหน้า ช่วยดีท็อกซ์ผิว เริ่มกันที่สูตรพอกหน้าไข่ขาว ที่มีวัตถุดิบเพียงไข่ขาว อย่างเดียว สำหรับสาว ๆ ที่ขี้เกียจหาส่วนผสมอื่น ๆ ซึ่งสูตรนี้จะช่วยในการดีท็อกซ์และคืนความสดใสให้กับใบหน้าของเรา

ใครที่ออกไปเจอฝุ่น ควัน และมลภาวะต่าง ๆ จนเกิดสิวบนใบหน้าเป็นประจำ หรือทำให้ใบหน้ามีผิวมัน ไม่ควรพลาดสูตร มาร์คไข่ขาว เป็นอันขาด พอกหน้าด้วยไข่ขาวช่วยดีท็อกซ์ผิวหน้า

สิ่งที่ต้องเตรียม

ไข่ขาว
สำลีแผ่น
น้ำอุ่น
วิธีพอกหน้าด้วยไข่ขาว

เริ่มจากการนำน้ำอุ่นมาล้างหน้าก่อน เพื่อเปิดรูขุมขนบนใบหน้าให้สามารถขจัดสิ่งสกปรกได้มากยิ่งขึ้น จากนั้นก็ค่อย ๆ ใช้สำลีซับไข่ขาวพอกลงบนใบหน้า (ตีไข่ขาว หรือคนก่อนนิดนึงก็จะดีมากยิ่งขึ้น) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือจะรอจนไข่ขาวแห้งสนิทดีก็ได้ จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด (จะให้ดีควรล้างด้วยน้ำเย็น เพื่อปิดรูขุมขนและเพิ่มความกระชับให้กับรูขุมขน) เพียงเท่านี้ทำให้หน้ากลับมาสวยใสแล้ว และถ้าหากมีการใช้ครีมบำรุงหลังการพอกหน้าไข่ขาว ก็จะยิ่งทำให้ผิวสามารถดูดซึมครีมได้ดียิ่งขึ้นด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.naadengcafe.com

เรื่องภายในที่ผู้หญิงควรรู้

เรื่องภายในที่ผู้หญิงควรรู้

เรื่องภายในที่ผู้หญิงควรรู้

เรื่องภายในที่ผู้หญิงควรรู้ อาการคันปากมดลูก ถือเป็นโรคที่น่ารำคาญสำหรับผู้หญิง ว่าแต่โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง มาหาคำตอบกันเลยค่ะ

โรคที่น่ารำคาญโรคหนึ่งสำหรับผู้หญิง หนึ่งในนั้นก็คือ การคันในที่ลับ ซึ่งเวลาอยู่ในที่สาธารณะจะเป็นสิ่งที่น่ารำคาญและสร้างความกังวลใจให้กับสาว ๆ ได้อย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถที่จะเกาในส่วนนั้นต่อหน้าผู้อื่นได้ ซึ่งโรคนี้ถือว่าเป็นโรคที่พบได้บ่อย ๆ ในผู้หญิง บางรายอาจมีอาการคันมาก บางรายอาจมีอาการคันน้อย หรือบางรายก็อาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีสาเหตุมาจากอะไร และเป็นสัญญาณเตือนของโรคอะไรได้บ้างนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมมีข้อมูลมาให้สาว ๆ ได้ศึกษากันแล้วค่ะ

อาการคันปากมดลูก อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้

อาการคันปากมดลูก

มีเชื้อราในช่องคลอด

จะมีอาการคันบริเวณแถว ๆ ปากมดลูกหรือปากช่องคลอด และอาจจะมีตกขาวสีขุ่น ๆ มากผิดปกติร่วมด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วปัญหานี้มักจะเกิดได้ง่ายจากการอับชื้น ทั้งนี้สามารถรักษาได้โดยการรับประทานยา หรือสอดยาฆ่าเชื้อราเข้าไปในช่องคลอด

แพ้ผ้าอนามัย

ผ้าอนามัยบางยี่ห้ออาจจะไม่ถูกกับสาว ๆ บางคน ทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นมาได้ ซึ่งอาการแพ้นี้ส่วนใหญ่มักจะมีผดผื่นขึ้นมาบริเวณอวัยวะเพศร่วมกับมีอาการคันบริเวณปากมดลูก ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยการเปลี่ยนไปใช้ผ้าอนามัยยี่ห้ออื่น และควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ เมื่อมีประจำเดือน

อาการคันปากมดลูก

ช่องคลอดอักเสบ

เป็นการอักเสบจากเชื้อรา อาจเกิดขึ้นได้จากการกินยาคุมกำเนิดหรือกินยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน การสวนล้างช่องคลอด หรือการตั้งครรภ์ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เชื้อราเจริญเติบโตมากขึ้นทำให้ปากมดลูกเกิดการอักเสบ โดยจะมีผื่นคันขึ้นมาและจะรู้สึกคันบริเวณปากมดลูกอย่างมาก มีตกขาวขุ่น ๆ บางรายอาจจะมีอาการปวดแสบเวลาปัสสาวะ หรือเจ็บปวดในขณะที่มีการร่วมเพศด้วย

ติดเชื้อจากความสัมพันธ์ทางเพศ

เช่น โรคแคนดิดา เชื้อราชนิดหนึ่งที่จะทำให้ปากมดลูกเกิดอาการคันได้อย่างรุนแรง โดยเชื้อราชนิดนี้มีชื่อว่า “ส่าเทียม” หากมีการติดเชื้อที่อวัยวะเพศจะมีการตกขาวมาก และอวัยวะเพศจะมีการอักเสบ ส่งผลให้มีอาการคันอย่างมากตามมา ซึ่งสามารถรักษาได้โดยการใช้ยาเหน็บฆ่าเชื้อบริเวณช่องคลอด

อาการคันปากมดลูก

ติดเชื้อทริโคโมแนส

เชื้อทริโคโมแนส ถือเป็นอีกโรคหนึ่งที่เกิดได้จากการมีความสัมพันธ์ทางเพศ ลักษณะอาการจะมีตกขาวสีเขียว และมีกลิ่นเหม็น พร้อม ๆ กับมีอาการคันที่รุนแรงมาก บางรายอาจจะถึงขั้นเจ็บปวดอวัยวะเพศร่วมด้วย สามารถรักษาได้โดยการรับประทานยาฆ่าเชื้อปรสิต แต่ทั้งนี้เมื่อหายแล้วก็อาจเป็นได้อีก ดังนั้นจึงควรมีการรักษาฝ่ายชายร่วมด้วย

เป็นโรคเบาหวาน

สำหรับคนที่เป็นโรคนี้จะมีการคันตามผิวหนัง มีการติดเชื้อรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณช่องคลอดของผู้หญิง ซึ่งอาจจะทำให้มีอาการคันได้

เมื่อรู้สาเหตุที่อาจทำให้คุณเกิดอาการคันในบริเวณที่ลับกันไปแล้ว ทั้งนี้ก็อาจจะยังชี้ชัดไม่ได้ว่าอาการของคุณนั้นเกิดจากอะไรกันแน่ ทั้งนี้ถ้าอยากจะให้แน่ใจและอยากจะหายจากอาการคัน กระปุกดอทคอมขอแนะนำให้คุณสาว ๆ ไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการตรวจเช็กจะดีที่สุด เพื่อที่จะได้ทำการรักษาให้ตรงจุด และอาการคันนั้นจะได้หายเร็วขึ้นยังไงล่ะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com

เรื่องสิวสิวที่ไม่สิว

เรื่องสิวสิวที่ไม่สิว

เรื่องสิวสิวที่ไม่สิว

เรื่องสิวสิวที่ไม่สิว เวลาที่สาวๆมีสิวสักเม็ดผุดขึ้นบนใบหน้านั้นหมายความว่า… ความกังวลใจได้มาเยือนแล้ว! แถมยังจะมีอารมณ์เหวี่ยงสุดๆก่อนประจำเดือนมาอีก เฮ้อ… ทำไงดีหละงานนี้!

เอาเป็นว่าเรามาดูสาเหตุของการเกิดสิวและต้นเหตุของอารมณ์เหวี่ยงในช่วงก่อนมีประจำเดือนกันก่อนดีกว่าค่ะ

สิวเกิดจากอะไร?
– ร่างกายสร้างฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อ Androgen มากเกินไป ทำให้มีการสร้างไขมันเพิ่ม โดยมากฮอร์โมนจะเริ่มสร้างเมื่ออายุ 11 – 14 ปี ดังนั้น จึงพบสิวมากในวัยนี้และอาจจะอยู่ได้นานหลายปี และพบว่าการเกิดสิวอาจสัมพันธ์กับการมีรอบเดือน โดยร้อยละ 60 -70 ของผู้หญิงจะมีสิวมากขึ้นใน 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในร่างกาย

– การผลิตไขมันมากขึ้นร่วมกับเซลล์ผิวหนัง และเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดสิว

– มีการเปลี่ยนแปลงของรากผม รากผมเจริญเร็วเซลล์มีการแบ่งตัวเร็ว และมีเซลล์ที่ตายมาก จึงเกิดการอุดตันของต่อมไขมัน แบคทีเรีย โดยเฉพาะแบคทีเรียที่ชื่อ Propionibacterium acne จะทำให้เกิดการอักเสบของสิว

แล้วอารมณ์เหวี่ยงก่อนมีประจำเดือนหละมันคืออะไร…
…มันก็คือกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน! แล้วกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนนั้นคืออะไร?

คำตอบก็คือ กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน หรือ Premenstrual Syndrome (PMS) คืออาการทางร่างกายและจิตใจที่เกิดขึ้นกับสตรีวัยเจริญพันธุ์ในช่วงประมาณ 5 – 10 วัน ก่อนมีประจำเดือน และอาการจะดีขึ้นและหายไปหลังจากประจำเดือนมาแล้ว PMS นั้นเป็นกลุ่มอาการทางสูตินรีเวช ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในรอบเดือน อาการมีหลายรูปแบบและระดับความรุนแรงก็ขึ้นอยู่กับผู้หญิงแต่ละคน ซึ่งร้อยละ 95 ของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์จะมีอาการ PMS อย่างน้อย 1 ใน 8 อาการหลักๆก่อนมีประจำเดือนเหล่านี้คือ

1. อาการทางอารมณ์และจิตใจ เช่นหงุดหงิดง่าย เครียด ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน
2. ท้องอืด น้ำหนักขึ้น
3. คัดตึงเต้านม
4. มือหรือเท้าบวม
5. ปวด เช่นปวดศรีษะ เป็นตะคริว
6. ขาดสมาธิ
7. นอนไม่หลับ
8. อยากอาหารมากกว่าปกติ

และจากการสำรวจพบว่า ร้อยละ 10 ของสตรีที่มีอาการ PMS จะเข้าข่ายกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนชนิดรุนแรง หรือ Premenstrual Dysphoric Disorder (PMDD) สตรีกลุ่มดังกล่าวถูกรบกวนจากอาการจนไม่สามารถจะประกอบกิจการงานตามปกติได้ และต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ ในรายที่มีอาการรุนแรง และมีอาการทางประสาท หรือมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปมากจนทำให้อาจเข้าใจผิดว่าเป็นอาการป่วยทางจิต หรือโรคประสาทได้

แล้วมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยไม่ให้อารมณ์เหวี่ยงและสามารถช่วยลดสิวทำให้ใบหน้าดูสดใสได้….

…ก่อนอื่นก็คงต้องขอบอกก่อนว่าอาการของสิวก็มีส่วนที่เกิดจากการที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อ Androgen เยอะเกินความจำเป็นและในผู้หญิงส่วนมากก็จะมีสิวเพิ่มมากขึ้นใน 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ส่วนการเกิดอารมณ์เหวี่ยงหรือกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) นั้น ก็เกิดจากระดับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติเช่นกัน ฉะนั้น 2 อาการทั้งสิวและอาการก่อนมีประจำเดือนนั้นมีทางแก้ไขที่ควบคู่กันด้วยวิธีการปรับสภาพของฮอร์โมน โดยปัจจุบันมียาคุมกำเนิดที่วางจำหน่ายแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อ ยาส ซึ่งได้รับการรับรองโดยองค์การอาหารและยาให้ใช้รักษาอาการก่อนมีรอบเดือนได้ โดยยาสจะไปช่วยปรับสภาพของฮอร์โมนในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมซึ่งจะช่วยลดอาการดังกล่าวได้

…คราวนี้เรื่องสิวๆกับอารมณ์เหวี่ยงๆ ก่อนวันนั้นของเดือนก็จะไม่มาให้กวนใจคุณสาวๆอีกต่อไป แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมที่จะปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการทานยาที่ถูกต้องด้วยนะค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

เดินให้ถูกวิธีบอกลาแคลอรี่ได้เลย

เดินให้ถูกวิธีบอกลาแคลอรี่ได้เลย

เดินให้ถูกวิธีบอกลาแคลอรี่ได้เลย

เดินให้ถูกวิธีบอกลาแคลอรี่ได้เลย

“อ้วนขึ้นหรือเปล่าจ๊ะ?” คำทักทายนี้ช่างสะเทือนตับไตไส้พุงหนุ่มสาวหลายคนยิ่งนัก อยากจะบอกว่า #ไม่น่ารักเลย ทักกันแบบนี้ อยากตะโกนกู่ร้องให้โลกรู้ว่า ‪#‎อย่าหาว่าพี่สอนเลยนะ‬ อ้วนไม่ใช่คำทักทายย่ะ พอกลับบ้านมาส่องกระจกเห็นแขนขาล่ำสัน พร้อมพุงกะทิน้อย ๆ เซลลูไลท์นิด ๆ ก็ชูสองนิ้วปฏิญาณตนกันทันทีว่า “ฉันจะออกกำลังกายฟิตหุ่น คอยดูนะพวกเธอ ฉันจะผอม” ถ้าลองนับก็ไม่รู้ว่ารอบที่เท่าไรกันแล้วที่พูดแบบนั้น สุดท้ายด้วยหน้าที่การงานเวลาที่จำกัด กลับบ้านมาอย่าว่าแต่จะออกกำลังกายแค่อาบน้ำยังขี้เกียจเลย กลายเป็น “พรุ่งนี้ค่อยลด” วนเวียนตลอด แล้วเมื่อไหร่ฉันจะผอมหุ่นดีมีซิกแพคกับเขาบ้างเนี่ย?
อย่าเพิ่งใจเสียไปค่ะ เราเข้าใจว่าด้วยภาระหน้าที่ของแต่ละคนทำให้ไม่มีเวลาไปออกกำลังกายได้อย่างใจคิด วันนี้เราเลยมีการเบิร์นแคลอรี่ที่ได้ผลดีไม่ต้องใช้เวลามาก แต่เป็นสิ่งที่เราทำในชีวิตประจำวันอยู่แล้วมาแนะนำ นั่นก็คือ “การเดิน” นั่นเอง

รู้หรือเปล่าคะการเดินเพียงวันละ 30 นาที ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ประมาณ 120-170 แคลอรี่เชียวนะ แต่ถ้าจะบอกลาแคลอรี่ไม่ใช่ว่าเราจะเดินเฉย ๆ นะ แต่ต้องเดินให้ถูกวิธีด้วยถึงจะได้ผล ไปดูการเดินที่ถูกวิธี บอกลาแคลอรี่กันแบบไม่ยุ่งยากกันเลย
เดินเร็ว
การเดินช้า ๆ หรือเดินทอดน่องไม่สามารถช่วยเบิร์นแคลอรี่ได้มากนัก การเดินที่ได้ผลคือ “ต้องเดินแล้วเหนื่อย” เพราะฉะนั้นเวลาเดินควรเดินเร็ว ๆ ก้าวเท้าถี่ ๆ จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่จากกล้ามเนื้อขา และสะโพกได้ นอกจากนี้การเดินเร็ว ๆ ยังเป็นการกระตุ้นการทำงานของร่างกายโดยเฉพาะระบบหัวใจและหลอดเลือดให้ทำงานเพิ่มขึ้น เป็นการฝึกให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย
แกว่งแขนไปมา
บริเวณใต้รักแร้ของเรามีต่อมน้ำเหลืองอยู่ ดังนั้นการแกว่งแขนจะช่วยให้ต่อมน้ำเหลืองมีการไหลเวียนดีขึ้น ทำให้ขับสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย วิธีแกว่งแขนควรแกว่งไปหน้าหลังให้สุดแกว่งมาด้านหน้าให้ผ่อน โดยแกว่งสลับกับขาที่ก้าวออกไปข้างหน้า หากทำถูกวิธีจะช่วยทำให้ลดการสะสมของไขมันที่ใต้ผิวหนังและช่องท้อง แถมการแกว่งแขนไปมายังช่วยบริหารบริเวณหัวไหล่ ทำให้คุณคลายปวดไหล่ปวดบ่าจากการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ อีกด้วยนะคะ
เดินสลับวิ่ง
บางคนที่สุขภาพแข็งแรงเดินอย่างเดียวอาจจะรู้สึกเหนื่อยไม่พอ การที่ไม่รู้สึกเหนื่อยก็แสดงว่าไม่ได้ผลนะคะ ดังนั้น เราอาจจะเกินสลับวิ่ง เพื่อช่วยเพิ่มการทำงานของหัวใจ เช่น เดิน 40 ก้าว วิ่ง 40 ก้าว แล้วค่อย ๆ ลดจำนวนการเดินเพิ่มจำนวนการวิ่งไปเรื่อย ๆ สำหรับข้อนี้แนะนำให้ทำตอนเย็นดีกว่าตอนเช้า ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะเหม็นเหงื่อตัวเองไปทั้งวันแน่ ๆ
เดินขึ้นบันไดแทนลิฟต์
เชื่อไหมว่า การขึ้นบันไดประมาณ 15 นาที จะมีการเผาผลาญพลังงานถึง 150 แคลอรี่ต่อครั้งเลยทีเดียว การขึ้นบันไดเป็นการออกกำลังแบบแอโรบิคช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง เสริมสร้างกล้ามเนื้อต้นขา น่องและก้นจะแข็งแรง (แถมกระชับด้วยนะ) รู้แบบนี้แล้ว ถ้าต้องขึ้นไปชั้นอื่นที่ไม่ไกลนัก ก็เปลี่ยนมาเดินขึ้นบันไดให้ติดเป็นนิสัยกันดีกว่าค่ะ ได้ทั้งเบิร์นไขมันได้ทั้งประหยัดพลังงานดีจะตาย
ค่อย ๆ หยุดเมื่อใกล้ถึงที่หมาย
เนื่องจากเราเดินมาเร็ว ๆ จะให้มาหยุดปุ๊บปั๊บ อาจจะทำให้ระบบในร่างกายหยุดทำงานกะทันหันเกินไป กล้ามเนื้อก็อาจจะบาดเจ็บได้ ดังนั้น ก่อนหยุดเดิน ควรมีระยะผ่อนคลาย คือ ค่อย ๆ เดินช้าลงเมื่อใกล้ถึงที่หมาย หรืออาจะใช้การยืดเส้นยืดสายเบา ๆ เหมือนกับการคูลดาวน์หลังออกกำลังกาย เพื่อให้ระบบต่าง ๆในร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวลดการทำงานลงสู่สภาวะปกติ การค่อย ๆ หยุดเดินมีความสำคัญมากโดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มักมีปัญหาการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด

เห็นไหมคะ ไม่ยากเลยที่จะเผาเจ้าไขมันตัวดี แค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกายแล้ว เพียงแต่เราต้องเพิ่มสเต็ปขยับให้ถูกวิธีนิดหนึ่งถึงจะได้ผล ซึ่งข้อที่ควรจำไว้ให้มั่นเลย คือ “ต้องเดินให้เหนื่อยถึงจะได้ผล” และต้องเดินเป็นประจำอย่าได้ขี้เกียจเป็นอันขาด ท่องไว้ค่ะ ฉันจะผอม ๆ ถ้าระยะทางใกล้ ๆ เราควรหันมาพึ่งบริการสองขาของเราแทนพี่วินมอเตอร์ไซค์ เดินไปชมวิวไปเพลินจะตาย ที่นี้ล่ะคำทักทายของคนอื่นเวลาเจอคุณจะต้องเปลี่ยนจาก “อ้วนขึ้นหรือเปล่าจ๊ะ?” เป็น “ผอมลงหรือเปล่า ไปทำอะไรมา?” ส่วนใครที่อยากรู้ทิปง่าย ๆ สร้างสุขภาพดี ๆ อ่านบทความนี้ แล้วโบกมือลาแคลอรี่ได้เลยจ้า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.krungsri.com

โรคผิวหนังในหน้าร้อน

โรคผิวหนังในหน้าร้อน

โรคผิวหนังในหน้าร้อน

โรคผิวหนังในหน้าร้อน ที่มาพร้อมกับฤดูร้อน และวิธีป้องกันต้อนรับซัมเมอร์
ช่วงหน้าร้อน นอกจากโรคยอดฮิตอย่างโรคระบบทางเดินอาหารแล้ว อากาศที่ร้อนและแดดที่จ้ามาก ๆ

ก็ทำให้ผิวไหม้จากแสงแดด และผิวคล้ำ นอกจากนี้ยังเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิด โรคผิวหนังในหน้าร้อน ชนิดต่าง ๆได้ ในช่วงอากาศร้อนๆ อย่างนี้เรามีเคล็ดลับในการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันผิวจากโรคมาแนะนำกันค่ะ

ด้าน ผศ.พญ.เพ็ญวดี พัฒนปรีชากุล ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ โรคผิวหนัง ที่พบได้บ่อยในหน้าร้อนไว้ดังนี้

1. ผดร้อน

ผดร้อนเกิดจากการอุดตันของการหลั่งเหงื่อและการอักเสบบริเวณท่อเหงื่อ โดยจะเกิดเป็นผื่นแดง ตุ่มเล็ก ๆ หรือเป็นตุ่มน้ำใสเม็ด ๆ ที่บริเวณหน้าอก คอ และหลัง จะพบได้บ่อยในเด็กเล็ก ๆ

วิธีดูแลสำหรับคนที่เป็นโรคผดร้อน ให้หลีกเลี่ยงการตากแดดเป็นเวลานาน และหากจำเป็นต้องอยู่กลางแจ้งนาน ๆ ควรใช้ครีมกันแดดทาใบหน้า ลำคอ และผิวบริเวณที่ไม่มีเสื้อผ้าปกคลุม

2.โรคเชื้อราที่ผิวหนัง

มักเกิดในที่ร่มผ้า ซอกพับ บริเวณที่มีการอับชื้น หรือบริเวณง่ามนิ้วเท้าหรือฝ่าเท้าในคนที่ต้องใส่รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าบูทเป็นประจำ โดยเชื้อราที่พบได้บ่อย คือ กลาก เกลื้อน ซึ่งมักพบในผู้ที่ใส่เสื้อผ้ารัดจนเกินไป หรือผู้ที่เล่นกีฬาที่มีเหงื่อออกมาแล้วไม่ได้ชำระล้างร่างกายทันที

วิธีดูแลสำหรับคนที่เป็นโรคเชื้อราที่ผิวหนัง ควรอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาดหลังจากเสียเหงื่อมาก ๆ หลีกเลี่ยงการอยู่บริเวณกลางแจ้งเป็นเวลานาน หากอยู่ในที่ร่มควรเลือกใส่เสื้อผ้าโปร่งบาง เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี และหากจำเป็นต้องใส่รองเท้าหุ้มส้นมิดชิด ควรหาโอกาสถอดรองเท้าเพื่อระบายเหงื่อ และนำรองเท้าไปผึ่งแดดเพื่อดับกลิ่นและฆ่าเชื้อโรค

3.โรคผิวหนังจากติดเชื้อแบคทีเรีย

ภาวะติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น เสื้อผ้าที่รัดแน่นทำให้อากาศที่ถ่ายเทไม่สะดวก เหงื่อที่เพิ่มขึ้น และการเกาผิวหนังจากผดและผื่นคันจนผิวหนังบริเวณนั้นถลอก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียจนเกิดโรค ได้แก่ โรครูขุมขนอักเสบ ฝีที่ผิวหนัง โดยเกิดขึ้นตามซอกพับ ขาหนีบ หรือก้น

วิธีดูแลสำหรับคนที่เป็นโรคผิวหนังจากติดเชื้อแบคทีเรีย หากเริ่มมีอาการคัน ควรหาผ้าชุบน้ำเย็นมาเช็ดตัว จะช่วยให้อาการทุเลาลงได้ และไม่สวมใส่เสื้อผ้ารัดรูปจนเกินไป

โรคผิวหนัง
กลิ่นตัวที่เหม็นมีสาเหตุมาจากเหงื่อ
4.กลิ่นตัว

เมื่ออากาศร้อนมาก จนเหงื่อออกมาก ๆ แบคทีเรียที่ผิวหนังจะไปทำปฏิกิริยากับเหงื่อ ทำให้มีกลิ่นตัวมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณจุดอับหรือซอกต่าง ๆ ตามร่างกาย ซึ่งสร้างความรำคาญใจต่อตัวเองและคนรอบข้าง

วิธีดูแลสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องกลิ่นตัว นอกจากจะพยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมและการอยู่ที่สถานที่ที่ทำให้เหงื่ออกแล้ว ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด เช่น เครื่องเทศ กระเทียม หรือชีส ซึ่งมีส่วนทำให้มีกลิ่นตัวมากขึ้น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการลดเหงื่อ ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์ โรลออน หรือแป้งเย็น ก็จะช่วยลดการหลั่งเหงื่อ ทำให้กลิ่นตัวลดลงได้

5.โรคผิวหนังอักเสบหรือผื่นคัน

ในหน้าร้อน เหงื่อที่เพิ่มมากขึ้นอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิว และกระตุ้นให้ผื่นผิวหนังอักเสบกำเริบขึ้นได้ รวมทั้งผื่นผิวหนังอักเสบตามซอกพับที่มีการเสียดสีกัน ทำให้มีผื่นคันบริเวณคอและตามข้อพับต่างๆ

วิธีดูแลสำหรับคนที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบหรือผื่นคัน จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง สำหรับผู้ที่ผิวแพ้ง่ายควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษด้วยการหลีกเลี่ยงอากาศที่ร้อนจัดและปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เช่น ฝุ่น สบู่บางชนิด ซึ่งมักจะซึมเข้าผิวหนังได้มากขึ้นเมื่อมีความชื้นจากเหงื่อ

6.ผิวไหม้แดด

เกิดจากการอยู่ในที่กลางแจ้งมากเกินไปทำให้ผิวบริเวณนั้นลอก ปวดแสบปวดร้อน และดำคล้ำขึ้น แสงแดดสะสม อีกทั้งแสงยูวีจะกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานมากขึ้น เกิดฝ้าและกระแดดหรือผิวคล้ำขึ้นในช่วงหน้าร้อน หากใครที่เป็นฝ้าอยู่แล้วอาจเป็นมากขึ้น โดยผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นประจำก็จะเริ่มมีฝ้าและกระแดดเกิดขึ้นที่ใบหน้า และยังเป็นตัวการก่อให้เกิดปัญหาริ้วรอยก่อนวัย ตลอดจนมะเร็งผิวหนัง

วิธีดูแลสำหรับคนที่มีปัญหาผิวไหม้แดด หลีกเลี่ยงการอยู่บริเวณกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ แต่หากจำเป็นต้องอยู่ที่กลางแจ้งในช่วงที่มีแดดจัด ควรแต่งกายให้มิดชิด ร่วมกับการสวมหมวกปีกกว้าง กางร่ม ตลอดจนสวมแว่นตากันแดด เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากแสงแดดต่อผิวและดวงตาและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันแสงแดดเป็นประจำ

สรุปแล้วเราควรดูแลตัวเองอย่างไร?
โรคผิวหนัง
ปกป้องผิวจากแสงแดดได้ด้วยการทาครีมกันแดด
ในหน้าร้อนสิ่งที่สำคัญ คือ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่กลางแจ้งหรือตากแดดเป็นเวลานาน หรือถ้ามีความจำเป็นต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ ควรใช้ครีมกันแดดทาบริเวณใบหน้า ลำคอ และผิวบริเวณที่ไม่มีเสื้อผ้าปกคลุม การทาครีมกันแดดควรทามากกว่าหนึ่งครั้งต่อวัน และควรจะทาก่อนออกแดดประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าต้องอยู่ในที่กลางแจ้งหลาย ๆ ชั่วโมง ก็ควรจะมีการทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง

ในส่วนของการแต่งกาย เป็นสิ่งที่สำคัญในการช่วยป้องกันแดด ควรใส่เสื้อแขนยาว ใส่หมวกที่มีปีกกว้าง และแว่นตากันแดดเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากแสงแดดต่อผิวและดวงตา ควรใส่เสื้อผ้าที่หลวมหรือโปร่ง หลวมขึ้น เพื่อช่วยให้ระบายความร้อนได้ดี และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคเชื้อราและการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง และยังช่วยลดเหงื่อด้วย รวมทั้งควรอาบน้ำบ่อยขึ้นในช่วงหน้าร้อน

หากมีอาการผิดปกติของผิวหนังอื่น ๆ นอกจากที่กล่าวมาข้างต้น เช่น มีอาการคันมากหรือ มีแผลอักเสบลุกลาม ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้าน โรคผิวหนัง เพื่อได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและรวดเร็วจะดีที่สุดค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://goodlifeupdate.com