ส่อง 7 ทริค บิวต์ตัวเองให้เริ่ด จนหนุ่มๆ ต้องตกหลุมรักซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

ส่อง 7 ทริค ขจัดความพัง เสริมความปัง ให้สวย เป๊ะ จนหนุ่มๆ ต้องตกหลุมรักซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ทริคง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ ไม่ต้องลงแรงเยอะ แค่มีแรงใจ ก็สวยได้ดังใจฝัน พร้อมจะเสริมเสน่ห์ไปกับเราแล้วรึยัง

ส่อง 7 ทริค เขาว่ากันว่า เกิดเป็นผู้หญิง อย่าหยุดสวย ซึ่งมันเป็นเรื่องจริง! ถ้าปล่อยโทรม แล้วจะมีผู้เข้ามาติดได้ยังไง นี่ถ้าไม่อยากโสดไปจนแก่

ส่อง 7 ทริค

1. ส่องกระจก แล้วมองดูตัวเองให้ชัดๆ
เหนือสิ่งอื่นใด เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อน ลุกไปส่องกระจกด่วน! คุณจะได้รู้สักที ว่าควรเริ่มดูแลตัวเองได้แล้ว ส่องดูซิ ว่ามีจุดไหนที่มันบกพร่องบ้าง อย่าเข้าข้างตัวเองในวันที่เราดูป่วยสุดๆ ถ้าส่องกระจกแล้วรู้สึกพัง นั่นหมายความว่า วันนี้ ถึงเวลาที่คุณสาวๆ จะต้องเริ่มรักตัวเองได้แล้ว โยนความพัง แล้วเสริมความปังซะ ถ้าอยากสวย ไม่ยากค่ะ เริ่มบิวต์ตัวเองตั้งแต่วันนี้เลย

2. ลงทุนกับความสวย
ครีมบำรุง เครื่องสำอาง เสื้อผ้า อะไรก็ตามที่แต่งเติมความสวยได้ ไปจัดมาเลยค่ะซิส เลือกซื้อแบบดีๆ หน่อย และใช้แบบที่เหมาะกับเรา อะไรที่เราใส่ เราแต่งแล้วเป๊ะ เลือกสิ่งนั้นเลย ถ้าวันนี้อยากเริ่มต้นกระตุ้นความสวย อย่าเสียดายที่จะลงทุน บิวต์ตัวเองเยอะๆ ค่ะ ฉันจะสวยขึ้น มันดี ดีมาก ใช้แล้วจะมั่นใจ ใช้แล้วฉันจะปัง หนุ่มๆ จะรักฉัน แล้วคุณจะมีกำลังใจในการจับจ่าย ลงทุนความสวยครั้งนี้ ถ้ามันใช่ ความเสี่ยงก็ไม่เกิด

3. เอาไขมันออกไป!
อีกหนึ่งสิ่งที่สาวๆ อย่างเราจะต้องบิวต์ให้หนัก อยากให้ผู้รักผู้หลง ไขมันอ่ะ กำจัดมันซะ เริ่มต้นวันนี้ ออกกำลังกาย ดูแลตัวเองให้ดีๆ นอกจากจะได้รูปร่างที่ดี จนผู้ชายเห็นแล้วต้องอ้าปากค้าง ถ้าไม่นับเรื่องการได้หุ่นเพรียวสวยแล้ว การออกกำลังกายก็จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ระบบไหลเวียนโลหิต และการทำงานต่างๆ ของร่างกาย ให้เราเป็นซิสสุขภาพดี เห็นไหมคะว่าการออกกำลังกาย มันมีแต่ดีกับดีนะคะซิส

4. เป็นตัวของตัวเอง
นอกจากความสวยภายนอกทั้งหมด สิ่งนึงที่สาวๆ ต้องจำเอาไว้ การเป็นตัวของตัวเอง เป็นเสน่ห์ที่หนุ่มๆ เห็นแล้วตกหลุมรักมากที่สุด ผู้หญิงที่ไม่เฟค ไม่ปลอม อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ได้ใจเขาไปเต็มๆ คุณสาวๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นใคร เป็นตัวคุณเองในแบบของคุณ ไม่อึดอัด แถมยังสบายใจที่ได้เป็นในแบบที่ตัวเองเป็นด้วย นอกจากนี้ ยังแอบคว้าใจหนุ่มๆ ได้อีกนะ

5. ฉันให้กำลังใจตัวเองได้
สิ่งนึงที่ผู้หญิงบางคนขาด จนบางครั้งบิวต์ตัวเองให้ตาย ก็ไม่ขึ้น แต่เราสามารถแก้จุดนั้นได้ คุณ! ถ้าไม่มีใครชม ช่างมัน เราชมตัวเราเองได้ ฉันสวย ฉันเริ่ด ฉันดูดี กำลังใจเล็กๆ น้อยๆ คุณสามารถมอบมันให้กับตัวเองได้ค่ะ แม้วันนี้จะโดนตำหนิ ก็อย่าซ้ำเติมตัวเอง บอกตัวเองไว้เลย ไม่เป็นไร มันจะดีขึ้น ถ้าวันนี้คุณเริ่มต้นให้กำลังใจตัวเองได้ คุณก็จะมีความมั่นใจขึ้น คราวนี้บิวต์กี่รอบ ก็ขึ้น ก็ปัง เริ่ดชัวร์!

6. สร้างคุณค่าให้กับตัวเอง
นอกจากให้กำลังใจตัวเองแล้วนะ สวยแล้ว หุ่นดีแล้ว ความเริ่ดยังไม่หมดแค่นั้นค่ะ เรื่องการให้คุณค่าตัวเองก็สำคัญ อย่าให้ใครมามีอิทธิพลเหนือตัวเราเป็นเด็ดขาด ต่อให้ใครไม่รัก ไม่สนใจ เราก็ห้ามเสียคุณค่าในตัวเอง วันนี้เริ่มต้นดูแลตัวเองแล้ว ลองหาอะไรใหม่ๆ ท้าทายๆ ทำดู เสริมสร้าง Skill ต่างๆ ให้กลายเป็นผู้หญิงสวยเก่ง จนผู้เห็นแล้วอยากได้

7. เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
สุดท้ายนี้ อย่าหยุดที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ไม่ว่าจะเรื่องความสวยความงาม หรือเรื่องอื่นๆ ฉลาดให้ทัน ยิ่งรู้มากยิ่งได้เปรียบ แต่ไม่ใช่เอาไปอวดใครต่อใครนะ ยิ่งสวย ยิ่งฉลาด ยิ่งมีเสน่ห์ โอกาสที่ผู้ชายเห็นแล้วจะตกหลุมรักแล้ว ตกหลุมรักอีก ก็ยิ่งมีมากขึ้น ลองสำรวจตัวเองดูว่าเรามีความสนใจด้านอะไร สาวๆ ที่เป็นแฟนคลับไอดอลก็อาจจะเรียนลองเพลง เล่นดนตรี หรือ เรียนภาษา ให้เป็นงานอดิเรกที่เราชอบและช่วยพัฒนาเราไปในตัวด้วย รับรองเริ่ด!

เริ่มบิวต์ตัวเองเลยค่ะซิส วันนี้อยากสวย อยากมีเสน่ห์ ไปค่ะ วันนี้เริ่มเลย ดูแลตัวเอง ให้กำลังใจตัวเอง สร้างคุณค่าให้ตัวเอง เชื่อเถอะ อีกไม่นานเสน่ห์ที่คุณอุส่าเสริมสร้างมันขึ้นมา จะกระจายไปกระแทกตาหนุ่มๆ และรับรอง พวกเขาจะตกหลุมรักคุณสาวๆ ได้ไม่ยากอย่าลืมบิวต์ตัวเองกันเยอะๆ …

เลคกิ้ง แฟชั่นที่กลับมาแรงที่สุดในฤดูใบไม้ร่วงนี้ที่ญี่ปุ่นในที่สุดก็กลับมาฮิตแบบสุดๆ

เลคกิ้ง แฟชั่นเลคกิ้งที่เคยฮิตเมื่อเกือบสิบปีก่อนนั้น ในที่สุดก็กลับมาฮิตแบบสุดๆ อีกครั้งแล้วในประเทศญี่ปุ่น ยิ่งพอเริ่มเข้าฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศเริ่มเย็นลง การใส่เลคกิ้งนอกจากจะเป็นช่วยทำให้เพื่อนๆ ไม่ตกเทรนด์แล้ว

เลคกิ้ง แฟชั่นเลคกิ้งที่เคยฮิตเมื่อเกือบสิบปีก่อนนั้น ในที่สุดก็กลับมาฮิตแบบสุดๆ อีกครั้งแล้วในประเทศญี่ปุ่น ยิ่งพอเริ่มเข้าฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศเริ่มเย็นลง การใส่เลคกิ้งนอกจากจะเป็นช่วยทำให้เพื่อนๆ ไม่ตกเทรนด์แล้ว ยังช่วยทำให้อบอุ่นแถมยังดูขาเรียวลงขึ้นได้อีกต่างหาก คราวนี้ ANNGLE เลยเอาไอเดียการใส่เลคกิ้ง และเทรนด์เลคกิ้งที่กำลังฮิตอยู่ในขณะนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นมาฝากคุณสาวๆ กันนะคะ

หยิบเลคกิ้งมาใส่คู่กับชุดเดรสทรงสวยจะช่วยทำให้เพื่อนๆดูมีหุ่นสุขภาพดีมากขึ้น ชุดเดรสเป็นเสื้อผ้าที่เมื่อใส่แล้วจะทำให้คุณดูมีภาพลักษณ์เป็นสาวหวาน แต่เพียงแค่เพิ่มเลคกิ้งเข้าไปจะทำให้สไตล์ของคุณดูเปลี่ยนไปได้ในพริบตา สำหรับเลคกิ้งที่กำลังฮิตสุดๆในซีซั่นนี้ ต้องเป็นสีเทา, สีกากี หรือไม่ก็สีเนื้อนะคะ

ใส่คู่กับเดรสทรงสวย ช่วยให้ดูหุ่นมีสุขภาพดี

เลคกิ้ง

 

ชุดเดรสที่ดูออกเป็นทางการ ถ้าเพื่อนๆอยากจะเพิ่มความขี้เล่นให้กับเดรสที่ดูเป็นทางการในวันสบายๆแล้วละก็ แนะนำให้ใส่คู่กับเลคกิ้งเลยค่ะ เลือกเลคกิ้งที่ไม่คับจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลคกิ้งผ่าปลายขาที่กำลังฮิตสุดๆในปีนี้ จะช่วยทำให้ลุคของคุณในชุดเดรสสไตล์ผู้ใหญ่ดูไม่เป็นทางาการจนเกินไป

เติมความขี้เล่นให้เดรสที่ดูเป็นทางการ

เลคกิ้ง

เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงมีชุดเดรสสีดำทั้งตัวติดตู้กันอยู่ เพราะเป็นชุดที่ใส่ง่ายใส่ได้ในทุกโอกาส แต่บางครั้งเดรสสีดำทั้งตัวก็ทำให้ลุคดูแข็งจนเกินไปแถมไม่มีอะไรน่าสนใจอีกต่างหาก เพียงแค่เพิ่มเลคกิ้งสีเทาเข้าไปก็จะช่วยทำให้เดรสสีดำดูซอฟต์มากขึ้น ดูเข้าสมัยต้อนรับเทรนด์ในตอนนี้มากยิ่งขึ้น

เพิ่มความนุ่มนวลให้กับชุดเดรสสีดำ

เลคกิ้ง

เสื้อลายทางเป็นไอเท็มติดตู้เสื้อผ้าที่ใส่ได้ตลอดเวลา แต่หลายคนก็ยังไม่รู้ว่าจะใส่ให้ออกมาชิคยังไง ถ้าคุณมีเดรสลายทางอยู่ในตู้เสื้อผ้า แนะนำให้หยิบมาใส่คู่กับเลคกิ้งสีเทาที่กำลังอินในตอนนี้เลยนะคะ เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้กับเดรสลายทางได้ง่ายๆแบบไม่น่าเชื่อเลยนะคะ

ใส่คู่กับเดรสลายทาง ไอเท็มตลอดกาล

เลคกิ้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

เคล็ดลับ ผิวสวยใสได้ โดยไม่ต้องทำศัลยกรรมพราะเมื่อมีผิวขาวแล้ว

เคล็ดลับ ผิวสวยใสได้ สาวๆ ทุกคนย่อมต้องมีความปรารถนาอยากให้ตัวเองมีผิวที่ขาวใส และสร้างความมั่นใจให้กับการการแต่งตัว เพราะเมื่อมีผิวขาวแล้ว ไม่ว่าจะใส่ชุดแบบไหนก็ดูดีไปหมดอย่างแน่นอน ซึ่งหลายคนที่มีผิวแทนหรือคล้ำก็มักจะพึ่งพาการทำศัลยกรรมเพื่อให้ตนเองมีผิวที่ขาวอย่างที่ต้องการ

เคล็ดลับ ผิวสวยใสได้ โดยไม่ต้องทำศัลยกรรม สาวๆ ทุกคนย่อมต้องมีความปรารถนาอยากให้ตัวเองมีผิวที่ขาวใส และสร้างความมั่นใจให้กับการการแต่งตัว เพราะเมื่อมีผิวขาวแล้ว ไม่ว่าจะใส่ชุดแบบไหนก็ดูดีไปหมดอย่างแน่นอน ซึ่งหลายคนที่มีผิวแทนหรือคล้ำก็มักจะพึ่งพาการทำศัลยกรรมเพื่อให้ตนเองมีผิวที่ขาวอย่างที่ต้องการ แต่ทราบหรือไม่ว่าแท้จริงแล้วเราสามารถสร้างผิวให้ขาวใสได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเสียเงินทำศัลยกรรมเลย โดยมีวิธีการทำผิวให้ขาวสวยอย่างเป็นธรรมชาติมาแนะนำกันดังนี้

เคล็ดลับ ผิวสวยใสได้

1.เลี่ยงการโดนแสงแดด

แดดในบ้านเรานั้นค่อนข้างมีความร้อนและรุนแรง แน่นอนว่าการตากแดดเป็นเวลานาน จะทำให้ผิวได้รับรังสี UV เข้าไปมากด้วย ซึ่งนั้นเป็นเหตุผลสำคัญที่จะทำให้ผิวคล้ำเสีย ซึ่งการพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดก็จะช่วยรักษาผิวให้สุขภาพดีและกระจ่างใสได้ แต่หากหลีกเลี่ยงได้ยากจริงๆ ควรใช้ร่มที่กันรังสีUV ได้ รวมทั้งการทาครีมกันแดดก่อนอ่อนจากบ้านก็จะช่วยปกป้องผิวได้ดีเช่นกัน

2.ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

การเลืกใช้ครีมบำรุงผิวต่างๆ นั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกให้เหมาะสมกับผิวของตัวเอง เพราะหากใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลเสียกับผิวก็จะทำให้เกิดความคล้ำผิวแห้งเสียได้ หนักสุดคือต้องเสียเวลารักษากันยาวเลยทีเดียว ทางที่ดีควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีมาตรฐานรับรองจาก อย. หากมีอาการแพ้เมื่อใช้ควรหยุดทันที และเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่สำคัญควรเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่มีส่วนผสมของสารที่เคยแพ้ด้วย

3.เครียดให้น้อยลง

บางคนอาจมองข้ามเรื่องของความเครียด แต่แท้จริงแล้วความเครียดมีผลอย่างมากต่อผิวพรรณของสาวๆ เพราะเมื่อมีความเครียดเกิดขึ้น ผิวพรรณก็จะมีความหมองคล้ำ แถมหน้าตาก็ยังดูไม่สดใสยิ่งพากันดูหมองไปทั้งร่างกายเลยทีเดียว ฉะนั้นลองพยายามปล่อยวางและมองปัญหาให้เป็นเรื่องเล็ก เพื่อลดความเครียดที่อยู่ภายในจิตใจ แล้วผิวสวยจะเป็นของคุณได้ไม่ยาก

4.พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับพักผ่อนก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายได้รับการพักฟื้นเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผิวมีความขาวใสแลดูผ่องมีน้ำมีนวล โดยการนอนให้เพียงพอควรอยู่ที่ประมาณ 6-8 ชั่วโมง ต่อวันนั่นเอง

5.รับประทานผักผลไม้และออกกำลังกาย

การรับประทานผักและผลไม้จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน รวมถึงสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อการบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใสด้วย นอกจากการรับประทานผักผลไม้แล้ว การออกกำลังกายก็ยังช่วยให้ผิวมีความเต่งตึงไม่หย่อนคล้อย และเป็นการขับเหงื่อซึ่งเป็นของเสียออกจากผิวที่ดีเช่นกัน

สาวๆ ที่กำลังคิดจะทำศัลยกรรมให้กับผิวก็ลองนำวิธีทั้ง 5 นี้ไปปฏิบัติกันดู ไม่แน่ว่าผลที่ได้อาจจะทำให้คุณต้องเปลี่ยนใจไม่ทำศัลยกรรมอีกเลยก็ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

วิธีรักษา ผื่นแพ้ คันบนใบหน้า ด้วย สมุนไพรธรรม ชาติอีกทั้งยังลดอาการคันได้

วิธีรักษา ผื่นแพ้ หน้าร้อนกับการมีผดผื่นถือเป็นเรื่องธรรมดาที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยจริงๆ ยิ่งช่วงหน้าร้อน แดดแรง ทำให้เหงื่อไหลไคลย้อยง่ายๆ แบบนี้ยิ่งน่ารำคาญเข้าไปใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้น เราก็มีวิธีที่จะทำให้ผื่นที่ว่าหายไป อีกทั้งยังลดอาการคันได้อีกด้วยนะ

วิธีรักษา ผื่นแพ้ เหตุผลที่ทำให้ช่วงหน้าร้อน เราจะรู้สึกว่าผื่นขึ้นได้ง่ายก็คือ อากาศที่ร้อนอบอ้าว เมื่ออากาศร้อน เหงื่อก็ไหล และสิ่งนี้เองทำให้เกิดอาการอักเสบขึ้นโดยง่าย ส่วนใหญ่ที่เห็นได้ชัดก็คือ การมีตุ่มแดงๆ เล็กๆ ขึ้นบนผิวหนัง แถมยังมีอาการคันร่วมด้วย เมื่อคันก็เผลอไปเกา และผื่นนั้นก็จะยิ่งลุกลามใหญ่โตกินบริเวณกว้างขึ้นเรื่อยๆ

คนที่กำลังกลุ้มใจอยู่กับอาการคัน จากผื่นแพ้บนผิวหนัง วันนี้มาลองดู 7 วิธี รักษาผื่นแพ้คัน บนใบหน้าให้หายด้วยสมุนไพรธรรมชาติ กันนะ ใครจะรู้ว่าของที่เราหาได้จากบ้าน อาจทำให้อาการเหล่านี้หายเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยก็ได้

วิธีรักษา

แตงกวา
แตงกวาที่บางคนไม่เคยใส่ใจ ของที่บางคนวางทิ้งไว้บนจานไม่เห็นคุณค่า แต่มีประโยชน์กับผิวของเรามากมายเลยล่ะ แตงกวาเป็นผักที่มีสรรพคุณเย็น สามารถช่วยลดผดผื่น และอาการแสบร้อนที่เกิดการอักเสบบริเวณผิวหนังได้ วิธีง่ายๆ คือ เอาแตงกวามาปอกเปลือกออก จากนั้นหั่นเป็นแว่นๆ บาง ๆ แล้วหยิบไปแช่เย็น เสร็จแล้วให้นำมาแปะบริเวณใบหน้า ทิ้งค้างไว้แบบนั้นราว 15-20 นาที จากนั้น ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ทำแบบนี้บ่อย ๆ จะช่วยลดผดผื่น และบำรุงผิวหน้าได้ด้วย

 

ว่านหางจระเข้
หลายบ้านปลูกว่านหางจระเข้ไว้หลังบ้าน แต่ลืมไปว่าสิ่งนี้ช่วยคุณได้หลายเรื่องเลย แน่นอนว่าเวลามีอาการผื่นแพ้บนใบหน้าก็ช่วยได้อีกเหมือนกัน แถมยังให้ผลลัพท์ที่ดีสุดๆ เพราะวุ้นในว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติเย็น และช่วยบรรเทาอาการแสบร้อน และอาการผื่นแพ้ วิธีง่ายๆ คือการผ่าเอาวุ้นจากว่านหางจระเข้มาบดให้ละเอียด แล้วพอกที่หน้าตรงจุดที่เป็นผื่น ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก ทำแบบนี้วันละ 2 ครั้ง จะช่วยให้ผื่นคันหาย

 

มะนาว
บ้านไหนที่ทำกับข้าวกินเองก็น่าจะมีมะนาวอยู่ในบ้านอยู่แล้ว มะนาวนอกจากจะมีกรดธรรมชาติ ที่สามารถลดความมันบนใบหน้าแล้ว ยังช่วยลดอาการระคายเคืองและผื่นคันได้อีกนะ วิธีการก็คือ เพียงแค่นำมะนาวสด 1 ลูก มาหั่นครึ่งแล้วบีบเอาน้ำมะนาวส่วนนั้นมาทาให้ทั่วใบหน้าที่เป็นผดผื่น ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที (ในกรณีที่มีอาการคันให้รีบล้างออกก่อน) แล้วล้างออก หากทำบ่อย ๆ นอกจากอาการคันจะดีขึ้น ผดผื่นเป็นปื้นแดงก็จะหายไปได้ง่าย ๆ ด้วย แถมยังช่วยให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้นอีกด้วยนะคะ สำหรับคนผิวหน้าแห้งไม่แนะนำให้ทำบ่อย

 

ขมิ้นชัน
ขมิ้นชัน เป็นสิ่งที่คนในสมัยโบราณใช้เพื่อบำรุงผิวมาแต่ไหนแต่ไร วิธีการใช้คือ ให้นำผงขมิ้นชัน มาผสมกับนมจืดและดินสอพอง จนเข้ากัน จากนั้นนำมาพอกหน้า ไว้ราว 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือถ้าบอกว่าไม่มีดินสอพอง ก็ให้นำเหง้าของขมิ้นชันสดมาตำให้ละเอียด จากนั้น นำน้ำขมิ้นชันที่ได้มาทาบริเวณที่เป็นผื่นแพ้ คัน ก็จะช่วยทำให้ผดผื่นบนผิวหนังยุบลงได้เร็ว เพราะขมิ้นชันถือว่าเป็นสมุนไพรบำรุงผิว ซึ่งสามารถรักษาโรคผิวหนังได้แทบทุกอาการเลยล่ะ

กล้วย
กล้วยมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิดจริงๆ ไม่ใช่แค่กินอร่อยอย่างเดียว แถมยังหาง่ายมากๆ วิธีแก้อาการผดผื่นคือ ให้นำเปลือกกล้วยด้านในมาประคบใบหน้าตรงบริเวณที่มีผดผื่น ทิ้งไว้สักครู่ ราว 15 นาที แล้วค่อยเอาออก ทำแบบนี้วันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้า-เย็นอาการผื่นแพ้จะค่อย ๆ ทุเลาลง เพราะเปลือกกล้วยนั้น จะมีฤทธิ์เย็น สามารถช่วยบรรเทาผดผื่นคันและอาการแสบร้อนบริเวณผิวหนังได้

ขอบคุณแหล่งที่มา    http://www.lady108.com

เคล็ดลับเลือกทรงผม ยังไง ไม่ให้ดูหน้าแก่ทรงผมช่วยทำให้ผู้หญิงดูปัง

เคล็ดลับเลือกทรงผม ยังไง ทรงผมช่วยทำให้ผู้หญิงดูปัง และ พังได้ในเวลาเดียวกัน ถ้าเลือกทรงผมถูกจากที่เคยดูบ้านๆ ก็อาจสวยขึ้นมาแบบผิดหูผิดตา ในขณะเดียวกันถ้าสวยอยู่แล้ว แต่อยากเปลี่ยนลุคและดันเลือกทรงผมผิดบอกเลยว่าจบ

เคล็ดลับเลือกทรงผม ยังไง เชื่อว่าสาวๆ หลายคนน่าจะรู้ถึงความสำคัญของทรงผมอยู่แล้ว เพราะแบบนี้ก่อนเปลี่ยนสไตล์ หรือตัดผมใหม่เลยต้องทำการบ้านหาแบบผมใหม่สวยๆ หาไอเดียผมทรงใหม่เยอะแยะมากมายก่อนจะเข้าร้านทำผมซักที แต่นอกจากเรื่องแบบทรงผมแล้ว เราก็ควรจะรู้ก่อนว่าผมทรงไหนที่เหมาะกับเรา หรือไม่เหมาะกับเรา ถึงนางแบบทำแล้วจะดูดีนั่นก็ไม่ได้แปลว่าเราจะดูดีเหมือนเขานี่นา แถมบางทรงทำออกมาแล้วกลับทำให้เราดูแก่ไม่เข้ากับสีผิว ดูซีดดูโทรม แบบนี้ก็ไม่ไหวนะ

เคล็ดลับ

เพราะฉะนั้นก่อนตัดผมใหม่ ก่อนเปลี่ยนทรงผม เราต้องหันมาพิจารณาตัวเองก่อน ว่าควรทำผมแบบนั้นมั้ย กับ เคล็ดลับเลือกทรงผมยังไงไม่ให้ดูหน้าแก่

สีผมที่ไม่เข้ากับสีผิว ทำให้เราดูโทรมจนดูซีด
คนที่มีผิวขาวเหลือง หรืออกไปในโทนเหลือง เวลาเลือกสีผมไม่ควรเลือกที่มันกลืนไปกับผิวจนเกินไป ควรเลือกสีผมโทนแดง จะเป็นน้ำตาลโทนแดงก็ได้ การที่เลือกผมสีอ่อนหรือสีผมกลืนไปกับผิวนั้นทำให้ตัวเองดูซีด โทรม แล้วก็ป่วย ไม่แก่ก็ต้องแก่แล้วล่ะสีผมอ่อนๆ บวกกับการแต่งหน้าอ่อนๆ ทำให้หน้าแก่
การแต่งหน้าด้วยสีเอิร์ทโทน ทาลิปสติกสีนู้ดๆ มันก็อาจจะดีกับบางคน แต่ถ้าผิวของคุณไม่ได้รับกับสีแบบนั้นแล้วล่ะก็ มันอาจเป็นหายนะได้เลย คิ้วสีอ่อนเข้ากับสีผม แต่งหน้าใสๆ อ่อนๆ ฟังเหมือนเข้าท่า แต่มันดูเหมือนสาวมีอายุได้เหมือนกัน

ทรงผมตีโป่งพองๆ มันเอ้าท์มาก
ทรงผมสมัยคุณป้ายังสาว เหมาะกับการทำไปปาร์ตี้ย้อนยุค แต่ถ้าจะทำออกงานจริงจังแนะนำให้คิดดีๆ บางทีมันก็เสี่ยงกับความพัง ถึงชุดจะเปรี้ยวแซ่บยังไง แต่ถ้าเจอทรงผมฉุดเอาไว้มันก็ยากต่อการควบคุมเหมือนกันนะทรงผมหยิกถ้าลอนเล็กมันอาจจะดูป้า
ทรงผมที่มีความเรโทรมากๆ หยิกเยอะๆ แทนที่จะดูดีมีความสดใสแบบวัยรุ่น มันจะกลายเป็นว่าทำให้เราหน้าแก่ไปเยอะเลย ขนาดดาราสาวคนดังที่ปกติปังทุกงาน ยังเอาไม่อยู่ก็มีเหมือนกัน ทรงผมหยิกเป็นลอนมีหลายระดับ แต่ถ้าหยิกลอนเล็กก็จะดูป้าไปหน่อย มีเหมือนกันที่ทำแล้วเปรี้ยวแซ่บ แต่นั้นคือส่วนน้อยมาก ช่วงแรกๆ การดัดผมร้านทำผมอาจทำลอนให้หยิกเป็นลอนมากกว่าที่เราต้องการ เพราะในอนาคตมันจะคลายตัว อันนี้เราก็ต้องคิดให้ดีๆ ว่าอยู่ในระดับที่มันใกล้เคียงกับคำว่าป้าขนาดนั้นรึเปล่า

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     http://www.lady108.com

สร้างตาคมสวย ด้วยเจลไลเนอร์แบบสาวแขกสำหรับมือใหม่

สร้างตาคมสวย  สำหรับสาวหน้าจืดแต่งหน้ายังไงก็ดูเฉยๆ อยู่ดี ไม่รู้เป็นเพราะอะไร อยากให้สาวๆ ลองกรีดตาให้คมแบบสาวแขกเผื่อจะช่วยให้หน้าของสาวๆ

สร้างตาคมสวย สำหรับสาวหน้าจืดแต่งหน้ายังไงก็ดูเฉยๆ อยู่ดี ไม่รู้เป็นเพราะอะไร อยากให้สาวๆ ลองกรีดตาให้คมแบบสาวแขกเผื่อจะช่วยให้หน้าของสาวๆ ดูมีมิติขึ้นมาได้ สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยลองเขียน หรือเขียนไม่เป็น วันนี้เราทำวิธีการเขียนตาแบบสาวอินเดียขนานแท้มาให้ดูกันเลย จะเป็นตาสาวๆ ให้สวยขมพร้อมไปงานได้อย่างสวยหรูดูแพง

สร้างตาคมสวย

1.เลือกใช้ไลเนอร์แบบเจล หรือแบบดินสอเท่านั้น

2.ดึงหนังตาขึ้นไป
เริ่มด้วยการเขียนขอบตาบนก่อน โดยให้สาวๆ ดึงหนังตาตัวเองขึ้นไปเพื่อให้เห็นขอบล่างของขนตาบน เพราะสาวแขกนั้นขอบตาเขาจะเข้มจากขอบตาข้างไหนเลย เพื่อให้โคนขึ้นตาเราดำชัดขึ้นอีกด้วย

3.เขียนขอบตาบน
การที่เราจะเริ่มเขียนนั้น ให้เริ่มเขียนจากหางตาก่อนโดยค่อยๆ ลากให้เส้นสม่ำเสมอกัน หรือจะระบายไปเลยก็ได้เพื่อให้มันหนาและเข้ม แต่งต้องควรระวังให้มา และอย่าไปใช้ดินสอแขกร่วมกับคนอื่นนะคะ เพราะเราเขียนขอบข้างในตาของเราเลย ใหม่ๆ อาจจะน้ำตาไหลบ้างก็ระวังอย่าให้มันเลอะนะคะ เดียวไม่สวย

4.เขียนขอบตาล่าง
จากนั้นตาคมด้านบนเพียงด้านเดียวไม่ได้ ด้านล่างก็จะต้องคมอีกด้วยเช่นกัน โดยใช้ดินสอแขกเขียนเส้นด้านล่างอีกที เขียนให้ชิดเข้าไปในขนตาล่างเราเลยนะคะ สาวๆ อาจจะรู้สึกอยากร้องไห้ ต้องอดทนเอานะคะเพื่อความสวย เขียนให้หางตาบรรจบกัน

เพียงแค่นี้สาวๆ ก็สามารถเป็นสาวตาแขกสวยข้มได้แล้ว อาจจะแต่งหน้าเพิ่มนิดหน่อย ปัดขนตาปังๆ ก็สามารถไปงานได้แล้วค่ะ ถ้าใครอยากได้หางตาแหลมๆ ก็สามารถเขียนต่อออกไปได้เลยค่ะ ลอกไปทำกันดูนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เคล็ดลับ จากธรรมชาติ ที่ช่วยขจัดรอยแดงบนใบหน้า กังวลใจไม่น้อย

เคล็ดลับ จากธรรมชาติ รอยแดงต่างๆที่เกิดจากสิวบนใบหน้า คงจะทำให้คุณผู้หญิงทั้งหลาย กังวลใจไม่น้อย เมื่อดูทีท่าว่ารอยแดงเหล่านี้มากันแบบไม่มีวี่แววว่าจะจางหายไปได้เองโดยง่าย

เคล็ดลับ จากธรรมชาติ รอยแดงต่างๆที่เกิดจากสิวบนใบหน้า คงจะทำให้คุณผู้หญิงทั้งหลาย กังวลใจไม่น้อย เมื่อดูทีท่าว่ารอยแดงเหล่านี้มากันแบบไม่มีวี่แววว่าจะจางหายไปได้เองโดยง่าย เราจึงมีวิธีที่จะช่วยปราบรอยแดงที่มากวนใจ โดยคุณผู้หญิงสามารถรักษารอยเหล่านี้ได้ด้วยตัวเองที่บ้าน

เคล็ดลับ จากธรรมชาติ

1.มาสก์แตงกวา

ไม่ว่าจะเป็นการฝานเป็นชิ้นบางๆ หรือการบดให้ละเอียดแล้วนำมามาสก์หน้า ยิ่งหากเราใช้แตงกวาที่นำไปแช่เย็นไว้อยู่ก่อนแล้ว นอกจากจะช่วยลดรอยแดง ยังเพิ่มความสดชื่นของผิวที่อ่อนล้าได้ดีอีกด้วย

2.อาหารต่อต้านรอยแดง

ควรเลือกรับประทานผัก และผลไม้ ชนิดที่ให้ความเย็นกับร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น มะพร้าว แตงกวา แตงโม มะละกอ หรือผักโขม และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เพิ่มความร้อน ไม่ว่าจะเป็นอาหารรสจัดต่างๆ เหล้า หรือเครื่องดื่มประเภทร้อน เพื่อเป็นการลดอุณหภูมิในร่างกาย ระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น

3.มาสก์ข้าวโอ๊ตคอลลอยด์

ข้าวโอ๊ตคอลลอยด์มีสรรพคุณช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และมีความสามารถในการรักษารอยแดงได้ทุกชนิด นอกจากนี้ยังช่วยดูดซับความมัน และรักษาสิวได้อีกด้วย เพียงนำข้าวโอ๊ตชนิดนี้ 2 ช้อนชา ผสมน้ำเล็กน้อยมาสก์ลงบนใบหน้าสัก 10 นาที จึงค่อยล้างออก

4.น้ำผึ้งมานูก้า

น้ำผึ้งชนิดนี้เปี่ยมไปด้วยคุณค่า เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มากมาย มีประโยชน์ต่อผิวโดยนอกจากจะช่วยลดรอยแดงแล้ว ยังต่อต้านแบคทีเรีย ลดอาการอักเสบของผิว เราจึงสามารถที่จะใช้น้ำผึ้งมานูก้าโดยตรงกับผิวหน้าได้ในทุกวัน เพราะน้ำผึ้งชนิดนี้จะยังคงรักษาความชุ่มชื้นของผิวหน้าได้เป็นอย่างดี ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง

5.ชาต้านรอยแดง

ชาที่มีฤทธิ์ต่อต้านรอยแดงมีมากมายหลายชนิด เช่น ชาคาโมไมล์ และชาเปปเปอร์มินต์ แต่ถ้าหาคุณผู้หญิงท่านใดมีอากการแพ้จำพวกละอองเกสรจากหญ้า Ambrosia แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงการใช้ชาคาโมไมล์ในการรักษารอยแดงบนผิวหน้า ให้หันมาใช้ชาเปปเปอร์มินต์ หรือชาเขียวที่มีสรรพคุณในการฟื้นฟูเซลล์ผิวแทน

วิธีการใช้ถุงชารักษารอยแดงบนหน้า ก็ไม่ยากเลย เพียงแค่เรานำถุงชาต้มในน้ำใช้เวลาเพียง 10 นาที จึงนำน้ำชาที่ได้ไปพักไว้ด้านนอกเมื่อหายร้อน หรืออุณหภูมิของน้ำชาลดลงแล้ว ให้นำไปเก็บไว้ในตู้เย็น จากนั้นนำผ้ามาชุบน้ำชา กดลงให้ทั่วใบหน้า หรือบริเวณที่มีรอยแดงไว้ 1 – 2 นาที วิธีง่ายแบบนี้ทำได้เลยวันละ 1 – 2 ครั้งวนไป

แม้การรักษารอยแดงด้วยวิธีจากธรรมชาติ ทั้ง 5 วิธีนี้ อาจจะใช้เวลา และความต่อเนื่องกว่าที่รอยแดงจะจาง หรือหายไปแต่คุณผู้หญิงทั้งหลายก็สบายใจได้ ว่าเราใช้สิ่งที่มาจากธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างให้ต้องกังวลใจอย่างแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

พฤติกรรมทำร้ายผม ให้แห้งชี้ฟูไม่มีน้ำหนัก ผมแห้งชี้ฟู ไม่ใช่จะเกิดกับการทำผมดัด

พฤติกรรมทำร้ายผม  ผมเสีย ผมแห้งชี้ฟู ไม่ใช่จะเกิดกับการทำผมดัด โกรก ย้อมบ่อยๆ อย่างหลายๆ คนเข้าใจ หากแต่ยังมีพฤติกรรมที่ทำร้ายผมบางอย่าง

พฤติกรรมทำร้ายผม  ผมเสีย ผมแห้งชี้ฟู ไม่ใช่จะเกิดกับการทำผมดัด โกรก ย้อมบ่อยๆ อย่างหลายๆ คนเข้าใจ หากแต่ยังมีพฤติกรรมที่ทำร้ายผมบางอย่าง เมื่อทำนานวันเข้า ผมที่เคยนุ่มสลวยกลับเปลี่ยนแปลงไปโดยที่เราไม่รู้ตัว มาลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังต่อไปนี้กันเถอะ

พฤติกรรมทำร้ายผม

1.ใช้ยาสระผมที่ไม่เหมาะสม

แบบนี้ยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้ผมเสียมากขึ้นเพราะหากโคนแห้งอยู่แล้วกลับไปใช้ครีมขจัดรังแค ยิ่งทำให้ผมยิ่งแย่หนักไปอีก ที่ถูกต้องควรใช้ยาสระผมที่เหมาะกับเส้นผมจริงๆ จะช่วยลดการแห้งกรอบ เพิ่มน้ำหนักเส้นผมได้ดีกว่า

2.เช็ดผมแรงและหวีผมขณะเปียก

หลังการสระผมไม่ควรใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมแรงๆ เพื่อให้ผมแห้งทันใจ เกล็ดผมที่กำลังเปิดอยู่ให้เสียไม่ชุ่มชื้น อีกทั้งใช้หวีแปรงถี่หวี ขณะที่ผมยังเปียกและยุ่ง ทำให้ผมแห้งขาดหลุดร่วงง่ายอีกด้วย ที่ควรทำคือเช็ดผมเบาๆ อาจใช้ลมเย็นเป่าเพื่อเร่งให้แห้งไว เมื่อเช็ดเสร็จควรใช้หวีซี่ห่างแปรงก่อน และตามด้วยหวีซี่ถี่ก็จะทำให้เส้นผมเรียงตัวสลวยโดยไม่ขาดแห้งแตกปลาย

3.รัดผมแน่นจนเกินไป

พฤติกรรมนี้จัดว่าเป็นการทำร้ายผมแบบตรงๆ เลยทีเดียวเพราะนอกจากจะทำให้ผมแห้งชี้ฟูและขาดน้ำหนักแล้ว การมัดผมแน่นตึงตลอดเวลายังเป็นการดึงโคนผมบ่อยๆ ทำให้ผมร่วงบางง่ายอีกด้วย หากไม่อยากผมบางแล้วละก็เลิกมัดผมแน่นๆ ปล่อยสยายบ่อยๆ บ้างจะดีมาก

4.เข้านอนทั้งที่ผมเปียก

พฤติกรรมนี้นับเป็นการทำร้ายผมทางอ้อมอย่างมากทีเดียว เพราะหากเข้านอนในขณะที่ผมไม่แห้ง ขณะหลับเมื่อเกิดการพลิกตัว ผมก็จะเสียดสีกันเอง อีกทั้งยังพันยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบง่ายกว่าผมที่แห้ง การหวีก็จะยากขึ้นเสี่ยงกับการที่ผมจะแตกปลายแถมยังพ่วงปัญหารังแคอีกด้วย

5.ไม่ล้างผมก่อนลงสระน้ำ

สิ่งที่หลายๆ คนมองข้ามก่อนลงสระน้ำ นั่นคือการไม่อาบน้ำหรือล้างผมก่อนลงสระ ซึ่งจะทำให้ผมอุ้มน้ำที่มีคลอรีนเข้าไป คลอรีนกัดผมก็จะแห้งชี้ฟู ที่ถูกต้องคือ ควรล้างผมด้วยน้ำสะอาดให้เปียกก่อนลงสระและหลังจากขึ้นจากสระเพื่อเป็นการป้องกันคลอรีนและสารเคมีซึมลงสู่เส้นผมนั่นเอง

การดูแลเส้นผมเหล่านี้เป็นการดูแลจากภายนอก หากไม่อยากให้เกิดขึ้นก็ต้องละเลิกพฤติกรรมเหล่านี้เสีย พร้อมๆ ไปกับการบำรุงหรือหมักผมบ้างเป็นครั้งคราวอาจจะเป็นสมุนไพรไทยๆ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์แบบทรีทเมนต์บ้างก็จะเป็นเร่งให้ผมกลับมาดีเหมือนเดิมได้ไวขึ้น ลองดูกันนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ไอเดีย มัดผมครึ่งหัว โชว์รูปหน้า สวย แบบสาวมั่นจะช่วยอำพรางให้ใบหน้าดูเล็ก

ไอเดีย มัดผมครึ่งหัว สาวๆ บางคนอยากโชว์หน้าเปิดโหงวเฮ้งให้ตัวเองแต่ก็แบบไม่มั่นใจในรูปหน้าของตัวเอง

ไอเดีย มัดผมครึ่งหัว สาวๆ บางคนอยากโชว์หน้าเปิดโหงวเฮ้งให้ตัวเองแต่ก็แบบไม่มั่นใจในรูปหน้าของตัวเอง ถ้าสาวคนไหนที่มีปัญหานี้แล้วล่ะก็ ต้องลองทรงนี้ค่ะ มัดผมครึ่งหัวเป็นการเผยรูปหน้าแบบเซฟตี้ที่สุด เพราะผมช่วงล่างที่ปล่อยสยายนั้น จะช่วยอำพรางให้ใบหน้าดูเล็กลงค่ะ

หน้าดูเล็กลง

ส่วนสาวคนไหนที่มีกรามและไม่มัดใจอย่างหนัก ให้ทำลอนเพิ่มเข้าไปด้วยเก๋ๆ กลายเป็นดูมีกิมมิคมากขึ้น แบบนี้ต้องลองค่ะซิส

เป็นยังไงกันบ้างคะ แซ่บไหมล่ะ เซอร์นิดๆ เซ็กซี่หน่อยๆ แต่ได้ลุคที่ไม่ได้ดูเบานะคะ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

เคล็ดลับความสวย ก่อนออกเรือนของแม่หญิงในสมัยโบราณ

เคล็ดลับความสวย ไม่ว่าจะในสมัยโบราณหรือเป็นยุคปัจจุบัน ก่อนที่แม่หญิงจะออกเรือน ว่าที่เจ้าสาวต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องความสวยความงามกันแทบทั้งนั้น

เคล็ดลับความสวย ไม่ว่าจะในสมัยโบราณหรือเป็นยุคปัจจุบัน ก่อนที่แม่หญิงจะออกเรือน ว่าที่เจ้าสาวต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องความสวยความงามกันแทบทั้งนั้น ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า ในสมัยโบราณเค้าไม่มีคลินิกเสริมความงามเหมือนอย่างปัจจุบัน แล้วแม่หญิงในสมัยนั้น เขาทำอย่างไรจึงได้สวยผุดผ่องผิวขาวเป็นยองใย

เคล็ดลับความสวย

1 . ดูแลผิวหน้าที่เป็นสิวด้วยสูตรพอกหน้าสมุนไพร

ถ้าเป็นเรื่อง ‘สิว’ ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็เป็นกันแทบจะทั้งนั้น แต่ถ้ารู้จักการดูแลผิวที่เป็นสิวด้วยสูตรสมุนไพร สาวๆ ที่มีปัญหาสิวก็มีผิวใสกิ๊กได้เหมือนกัน เคล็ดลับง่ายๆ แค่มี ดินสอพอง+ขมิ้นชัน + น้ำผึ้ง จากนั้นนำดินสอพอง 2 – 3 เม็ด ผงขมิ้น2 ช้อนชา และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้จะช่วยลดอาการอักเสบของผิว ให้สิวหายได้ แนะนำว่าให้ทำประจำอาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้ง ผิวสวยแน่นอน

2 . หยุดปัญหาผิวหน้ามันด้วยน้ำซาวข้าว

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่านี้เป็นสูตรโบราณที่ได้ผลจริง แถมคนรุ่นแม่ก็คอนเฟิร์มมาแล้วว่าน้ำซาวข้าวนี้แหละสูตรเด็ด โดยคนสมัยก่อนเขาจะใช้น้ำซาวข้าวหรือน้ำล้างข้าวน้ำครั้งที่2 มาล้างหน้า ซึ่งในน้ำซาวขาวจะมีสารบำรุ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน กรดอะมิโนที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ ทั้งยังช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ลดริ้วรอย ผิวมีออร่า หน้าไม่มัน หลังจากนั้น จึงบำรุงผิวด้วยน้ำมันมะพร้าว

3 . ผิวกายขาวผ่องเป็นยองใยด้วยมะขามเปียก +หัวขมิ้น+ ไพล

มาต่อกันที่การดูแลผิวกายกันบ้างค่ะ สิ่งที่คนโบราณเขานิยมนำมาใช้ในการขัดตัว ก็จะมี มะขามเปียก +หัวขมิ้น+ ไพล บดผสมให้เข้ากันแล้วนำมาสคลบผิวก่อนอาบน้ำเป็นประจำ ซึ่งน้ำมะขามเปียกนั้นมีศัพคุณสวยให้ผิวขาวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำผิวเนียนนุ่ม ส่วนขมิ้นและไพร เป็นสมุนไพรที่ช่วยลดการอักเสบของผิว ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ต้านอนุมูลอิสระ และให้ผิวขาวนวลเนียนเป็นธรรมชาตินั้นเอง

4 . ผมนุ่มสวยเงางามด้วยผลมะกรูด

และสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องรังแค ผมขาดร่วง หนังศรีษะไม่แข็งแรง แนะนำว่าให้ใช้น้ำมะกรูดหมักผมเหมือนคนโบราณดูค่ะ วิธีการง่ายๆ คือให้เอาลูกมะกรูดสดผลเขียวๆ สัก 3-4 ลูกไปย่างไฟ จนผิวลูกมักรูดออกน้ำมัน แล้วนำไปผ่ากลาง บีบเอาแต่น้ำมะกรูด เอาเม็ดออกด้วยนะคะ หลังจากนั้นสระผมให้เสร็จก่อน จึงนำน้ำมะกรูดที่เตรียมไว้ไปชโลมแล้วหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วใช้น้ำเปล่าล้างออกให้สะอาด หลังหมักจะรู้สึกผมเบาสบาย และอาการคันศีรษะจะลงน้อยลง ผมนุ่มดี ปัญหาสิวบนหนังศรีษะที่เคยมีก็หมดไปด้วยนะ

5. สูตรแป้งร่ำหอมติดกายของแม่การะเกด

คนสมัยใหม่อาจไม่รู้จัก “แป้งร่ำ” แต่สำหรับหญิงโบราณแป้งร่ำเป็นแป้งปรุงเครื่องหอมที่สาวๆ เค้านิยมใช้ผัดหน้าให้งามผุดผ่องนวลเนียนอย่างธรรมชาติและยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ด้วย โดยส่วนประกอบที่จะนำมาทำแป้งร่ำ ก็ได้แก่ ดินสอพอง กำยาน อบเชย กานพลู เปลือกชะลูด ลูกจันทร์ น้ำตาลทรายแดง ไม้จันทร์หอม ไม้กฤษณา และที่สำคัญขาดไม่ได้คือ ชะมดเช็ด สิ่งที่จะทำให้แป้งร่ำมีกลิ่นหอมตราตรึงใจชาย วิธีทำคือ

– นำดินสอพองใส่ลงในภาชนะที่จะใช้อบ แล้วนำส่วนผสมทั้งหมดใส่ตามลงไป ส่วนชะมดเช็ดต้องทำการฆ่าด้วยน้ำมะกรูด หรือผิวมะกรูดสับละเอียด แล้วนำไปลนไฟ เพื่อฆ่าเชื้อเสียก่อน เมื่อชะมดเช็ดละลายก็นำลงผสมกับเครื่องร่ำในภาชนะ

– สุดท้าย คือการอบด้วยควันเทียน เมื่อจุดเทียนหอมแล้ว ให้ใส่ลงในภาชนะแล้วปิดฝา ตัวแป้งจะดูดเอากลิ่นหอมเข้าไปทำให้กลิ่นหอมติดทนนาน และต้องอบด้วยดอกไม้สดต่ออีก 3 วัน จะได้หอมยิ่งขึ้น

แทงบอลออนไลน์
เป็นอย่างไรบ้างคะ กับเคล็ดลับความสวยก่อนแต่งงานของคนโบราณไม่ยากเลยใช่ไหม แถมช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้อีกด้วย ซึ่งสาวๆ สมัยใหม่จะนำเคล็ดลับเหล่านี้มาลองใช้ดูก็ได้ แต่ถ้าจะให้ชัวร์ว่าวันแต่งงานคุณจะเป็นว่าที่เจ้าสาวที่สวยจริง แนะนำว่ามีช่างแต่งหน้าเจ้าสาวไว้ยังไงก็อุ่นใจที่สุดแน่นอนค่ะ เพราะไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เครื่องสำอางก็ทำให้ผู้หญิงสวยได้เสมอ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com