เคล็ดลับเขียนคิ้ว ให้ติดทน หมดปัญหาคิ้วแหว่งระหว่างวัน

เคล็ดลับเขียนคิ้ว ให้ติดทน สาวๆ คิดว่า ส่วนไหนของใบหน้าที่ ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่าง ก็จะไม่สามารถออกจากบ้านได้เลย? หลายคนคงจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “คิ้ว” ถึงหน้าจะสดแค่ไหนก็ขอมีคิ้วไว้ก่อน

เคล็ดลับเขียนคิ้ว ให้ติดทน ไม่งั้นหน้าจะรู้สึกโล่งมาก จนขาดความมั่นใจกันเลยทีเดียว แต่ถึงเราจะเขียนคิ้วไปแล้ว ก็มักจะมีปัญหาตามมา นั่นก็คือ สีคิ้วของเราเฟดออกระหว่างวัน ลองคิดภาพตามดูว่า ระหว่างวันเรากำลังเดินเล่น หรือทำงานอยู่ หันมองไปที่กระจกแล้วพบว่า หางคิ้วหาย!! เหลือแต่เส้นประ คงทำให้ขาดความมั่นใจไปมาก ถ้าต้องไปเจอใครต่อใคร เอาเป็นว่าปัญหานี้จะหมดไป ถ้าเรารู้ทริคเด็ดๆที่จะทำให้คิ้วติดทนนานทั้งวัน บอกเลยว่าห้ามพลาด

เคล็ดลับเขียนคิ้ว
1.เคลียร์คิ้ว

แน่นอนว่าคิ้วเราจะสวยได้รูปสีติดแน่น ก็ต่อเมื่อคิ้วของเรามีการได้รับการจัดทรง ไม่ว่าจะเป็น การกันคิ้ว เคลียร์ขนส่วนเกิน ทั้งบริเวณตรงส่วนเหนือคิ้ว และบริเวณเปลือกตา และการเคลียร์อีกอย่างที่สำคัญต่อความติดทนของเม็ดสี นั่นก็คือ เช็คว่าคิ้วของเรามีความมัน จากเหงื่อหรือครีมที่เราทารึเปล่า ไม่งั้นถ้าเราลงสีคิ้วไป จะทำให้เม็ดสีเกาะที่ขนคิ้วได้ไม่ดี

2.ใดๆ ล้วน Waterproof

จะเขียนคิ้วให้ติดทน ก็ต้องเลือกที่เขียนคิ้ว ที่กันน้ำกันเหงื่อได้ดี ไม่ใช่ว่าแค่เผลอเอามือปัดผม ก็หลุดแล้ว แบบนี้ไม่โอเค ซึ่งทุกวันนี้ ที่เขียนคิ้วตามท้องตลาดแบบ waterproof ก็มีขายอยู่มากมาย ลองไปเลือกใช้กันดูนะจ้ะ

3.ใช้ไพรเมอร์คิ้ว

ไม่ว่าจะส่วนไหนของใบหน้าก็สามารถเกิดความมันได้ง่ายเช่นเดียวกัน เราจึงต้องลงอะไรสักอย่าง เพื่อช่วยให้เครื่องสำอางค์เกาะติดผิว เช่น ใบหน้าและดวงตาก็ต้องลงไพรเมอร์เพื่อให้ สีบลัชออนหรือสีอายแชโดว์ติดชัด คิ้วก็เช่นเดียวกัน ต้องมีไพรเมอร์ทาไว้ก่อนจึงจะทำให้สีเกาะติดได้ดี เน้นที่หางคิ้ว เพราะเป็นส่วนที่เฟดออกง่าย

4.ใช้มาสคาร่าปัดคิ้ว

แน่นอนว่าอะไรที่เป็นฝุ่นๆมักจะเกาะผิวได้ไม่ค่อยทนทาน เพราะพอลมพัดมา ก็สามารถฟิ้ววออกจากหน้าเราไปได้ทุกเมื่อ ดังนั้นควรใช้อะไรที่เป็นน้ำเป็นเจลบ้าง เพื่อให้คิ้วของเรามีความเหนียวพอที่จะให้สีเกาะติดได้ดี อย่างมาสคาร่าคิ้วที่มีประโยชน์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปัดคิ้วให้เรียงสวย ย้อมสีคิ้วให้เท่ากัน แถมบางแบบยังเคลือบสีคิ้วได้ด้วย

5.ใช้ eyeliner

ฟังดูแปลกๆแต่มันคือสิ่งที่ใช้ได้จริง เพราะบอกแล้วว่าอะไรที่เป็นน้ำหรือ เจลมักจะติดทนกว่าแบบฝุ่นเสมอ บางคนอาจจะคิดว่าถ้าเราเอามาเขียนเลย คิ้วมันจะไม่ยิ่งดูหนาหรือเข้มหรอ?? เดี๋ยวนี้ eyeliner ไม่ได้มีเพียงสีดำเท่านั้น มีสีต่างๆมากมายพอๆกับที่เขียนคิ้วนั่นแหละ จะเลือกสีอ่อนสีเข้มแค่ไหนก็ได้ หรือถ้ากลัวเข้มไป เราอาจจะใช้เพื่อวาดเป็นโครงได้ แล้วเอาแบบฝุ่นถมคิ้ว จะได้ดูธรรมชาติขึ้น

เป็นไงกันบ้างคะสำหรับทริคเด็ดๆในที่เรานำมาฝาก คงจะถูกใจสาวๆหลายคนอยู่พอสมควร ก็อย่างที่รู้กันว่าคิ้วแหว่งนี่เป็นปัญหาระดับชาติของคุณผู้หญิงกันเลยทีเดียว คงไม่มีใครอยากดูเป็นอาซิ่มระหว่างที่ประชุมหรือไปเดทหรอกเนอะ คงทำให้เสียความมั่นใจน่าดู ถ้ายังคิดว่า5วิธีนี้ก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี แนะนำว่าพกที่เขียนคิ้วไปด้วยก็ดี เอาไว้ทัชอัพระหว่างวันก็ได้ หรือบางคนอาจจะพกไว้ให้อุ่นใจก็ดี

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

บำรุงคิ้ว หนาด้วยน้ำมันมะพร้าว เคล็ดลับความงามของผู้หญิง รู้แล้วชีวิตง่ายเว่อร์ !

บำรุงคิ้ว หนาด้วยน้ำมันมะพร้าว  รวมเคล็ดลับ ความสวย ความงามสำหรับ ผู้หญิง ตั้งแต่ เคล็ดลับ ความ งาม

บำรุงคิ้ว หนาด้วยน้ำมันมะพร้าว ไปจนถึงเทคนิค การแต่งหน้า ที่บอกได้เลยว่า ช่วยให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะ…

เรื่องความ สวยความงามกับ ผู้หญิงเป็นของ คู่กันมาตั้งแต่สมัยไหน ไม่ว่าใคร ก็อยากจะสวย ดูดี มีเสน่ห์กันทั้งนั้น ทำให้ผู้หญิงสมัยนี้ต้องหาวิธีต่าง ๆ

ที่จะช่วยอัปเลเวลความสวยให้กับ ตัวเอง แต่หลาย ๆ วิธีก็ยุ่งยากซับซ้อนเกินไป

แถมบางทียังต้องเสียเงินจำนวน มากเพื่อแลกมากับความสวยอีกต่างหาก ซึ่งคงจะดีกว่านี้ถ้าเราได้รู้เคล็ดลับความงามที่สามารถช่วยให้คุณสาว ๆ

ได้แต่งเสริมเติมสวยให้ กับตัวเองได้อย่างง่าย ๆ ว่าแล้ววันนี้กระปุกดอทคอมเลยได้นำ 8 เคล็ดลับ ความงาม ของ ผู้หญิง ที่ใช้ได้ผลจริง ๆ แถมรู้แล้วยังช่วยให้ ใช้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะ ทั้งยังประหยัดเงิน และ ประหยัดเวลาอีกด้วย จะมี เทคนิคเคล็ดลับ อะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลยค่ะ

รวมเคล็ดลับความสวยความงามสำหรับผู้หญิง ตั้งแต่เคล็ดลับความงาม ไปจนถึงเทคนิคการแต่งหน้า ที่บอกได้เลยว่า ช่วยให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะ…

บำรุงคิ้ว

1. บำรุงคิ้วหนาด้วยน้ำมันมะพร้าว

สำหรับ สาวคิ้ว บางคนไหน ที่ อยากมีคิ้วหนาดกดำ อย่างเป็น ธรรมชาติ เรามีวิธีง่าย ๆ โดยไม่ต้องง้อ ดินสอเขียนคิ้วเลยล่ะ เพียงใช้ น้ำมันมะพร้าว ทาให้ทั่วแนวคิ้ว พัก ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้ว ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็น ประจำทุกวัน ประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะรู้สึกได้ว่าคิ้วค่อย ๆ หนาและเข้มขึ้นค่ะ

รวมเคล็ดลับ ความสวย ความงามสำหรับ ผู้หญิง ตั้งแต่เคล็ดลับความงาม ไปจนถึง เทคนิค การแต่งหน้า ที่บอกได้เลยว่า ช่วยให้ ใช้ชีวิตง่าย ขึ้นอีกเยอะ…

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com/

 

 

 …

วิธีแก้ปัญหา “ผิวแห้ง” แตกเป็นขุยอย่างตรงจุด จากผู้เชี่ยวชาญ

วิธีแก้ปัญหา “ผิวแห้ง” คงไม่มีใครอยากมีผิวแห้งแตกเป็นขุย ขรุขระ ไม่เรียบเนียน ยิ่งต้องเผชิญกับอากาศในหน้าหนาวทำให้มีโอกาสเกิดผิวแห้งได้ง่าย

วิธีแก้ปัญหา “ผิวแห้ง” ผิวแห้งสร้างปัญหากวนใจให้สาวๆ ทั้งอาการคัน เป็นขุย แต่งหน้าไม่เรียบ โอกาสเกิดริ้วรอยได้ง่าย ฯลฯ ไม่เพียงความชื้นในอากาศของหน้าหนาว ที่ทำให้ผิวแห้ง การดูแลผิวที่ไม่ถูกต้อง แสงแดด มลภาวะ สภาพแวดล้อม ก็เป็นตัวการที่ทำให้ผิวแห้งด้วยเหมือนกัน

ปัจจุบันผิวแห้งจึงเป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อย ในทุกๆ ฤดูกาล ไม่จำกัดเฉพาะหน้าหนาว ครีมบำรุงผิวที่ขายในท้องตลาดส่วนใหญ่จึงผสมมอยส์เจอร์ไรส์เซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว การทาครีมอย่างเดียวจะเป็นตัวช่วยเรื่องผิวแห้งได้ดีจริงหรือ ดังนั้นเรามาทำความรู้จักตัวการและตัวช่วยเรื่องผิวแห้ง เพื่อเตรียมรับมือกับศัตรูของผิวกันดีกว่า

วิธีแก้ปัญหา

ผิวแห้ง เกิดจากอะไร?
ผิวแห้ง คือ ภาวะที่ระดับน้ำในชั้นใต้ผิวลดลงกว่าระดับปกติ โดยปกติผิวหนังของคนเราที่ดูสดใสผุดผ่องก็เพราะมีส่วนประกอบของน้ำ น้ำมัน และสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ โดยน้ำเป็นส่วนประกอบที่มีมากและสำคัญที่สุดของเซลส์ผิวหนัง สำหรับน้ำมันจากต่อมไขมันทำหน้าที่ฉาบเคลือบเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำจากเซลล์ผิวหนัง ส่วนสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติจะช่วยดึงดูดน้ำไว้ให้อยู่กับผิวหนัง ดังนั้นถ้าระดับน้ำในชั้นใต้ผิวลดลง ก็จะส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน แตกเป็นขุย คัน และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งตัวการมีทั้งภายในและภายนอก ซึ่งเราสามารถป้องกันและแก้ไขได้ด้วยตัวช่วยต่างๆ ดังนี้

สาเหตุของปัญหาผิวแห้ง
อายุ : อายุที่มากขึ้นทำให้ต่อมผลิตไขมันทำงานลดลง ผิวขาดน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ และผิวไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ได้
สภาพแวดล้อม : แสงแดด มลภาวะต่างๆ และอากาศที่มีความชื้นต่ำ (หน้าหนาว หรืออยู่ในห้องปรับอากาศ)

การดูแลผิวที่ไม่ถูกต้อง: ใช้สบู่ที่ไม่อ่อนโยนต่อผิว ใช้สครับขัดผิดบ่อยเกินความจำเป็น ใช้โลชั่นเช็ดผิวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ และการอาบน้ำอุ่น
ยาบางชนิด : ยาทาสิว ยาขับปัสสาวะ

โรคบางชนิด : ผิวแห้งสามารถพบได้ร่วมกับโรคต่างๆ เช่น โรคผิวหนังผื่นแพ้ (Eczema) โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย (Hypothyroidism)

ภาวะขาดสารอาหาร (Malnutrition) : การขาดสารอาหารจำพวกวิตามินและกรดไขมันต่างๆ ที่จำเป็นกับผิวจะทำให้ผิวแห้งกร้านหมองคล้ำได้

วิธีแก้ปัญหาผิวแห้ง

  1. ดื่มน้ำในปริมาณที่มากพอ : ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วเป็นประจำ นอกจากการดื่มน้ำจะช่วยให้ในเรื่องความชุ่มชื้นของผิวแล้วยังช่วยเรื่องของการขับถ่าย และสุขภาพในด้านต่างๆ ได้ดีอีกด้วย
  2. ปกป้องตัวเองจากสภาวะแวดล้อม : ไม่เปิดแอร์เย็นเกินไป และไม่อาบน้ำร้อนที่ร้อนจนเกินไป
  3. ในหน้าหนาวควรทาโลชั่นอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำเลือกใช้โลชั่นให้ถูกประเภท: สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งมาก ควรเลือกโลชั่นที่มีความชุ่มชื้นมากหน่อย ทาโลชั่นอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ ที่สำคัญโลชั่นเหล่านี้ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ซึ่งจะทำให้ผิวแห้งมากกว่าเดิม
    เลือกใช้สบู่ที่เหมาะกับสภาพผิว : ควรเลือกสบู่ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม หรือเลือกสบู่เด็ก ที่ไม่รุนแรงต่อสภาพผิวนอกจากนี้คุณสามารถเลือกใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของโลชั่น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว
    การเอาน้ำใส่แก้วแล้ววางไว้ใกล้ๆ ตัว : ทั้งในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือที่ทำงาน โดยเฉพาะห้องที่มีความแห้งในอากาศอย่างห้องแอร์ เพราะน้ำจะช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นน้อยลง
    เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ :เนื้อปลา น้ำมันมะกอก มะเขือเทศ บล็อคโคลี เมล็ดข้าวที่ยังไม่ขัดสี ธัญพืช ผักและผลไม้สด
  4. อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง :ไขมันอิ่มตัวจากเบคอน ไอศกรีม เนย ชา กาแฟ และ แอลกอฮอลล์
  5. เพียงง่ายๆ เท่านี้คุณก็ไม่ต้องกังวลใจกับผิวแห้งหยาบกร้านอีกต่อไป สามารถเผยผิวสวยเนียนนุ่มชุ่มชื่นได้อย่างมั่นใจได้ทุกสถานการณ์

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

11 น้ำผลไม้ ที่ควรดื่มทุกวัน เพื่อสุขภาพดีและบำรุงผิวให้สวยสดใส

11 น้ำผลไม้ เป็นตัวช่วยเรื่องความสดชื่นและบำรุงผิวให้สวยสดใส การกินผลไม้สดเป็นประจำอาจจะทำให้หลายคนเบื่อเอาได้ง่าย

11 น้ำผลไม้ เป็นน้ำผลไม้จะช่วยให้เราทานผลไม้ได้โดยที่เราไม่เบื่อ อีกทั้งยังช่วยเด็กที่ไม่ชอบกินผลไม้ให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพออีกด้วย สิ่งสำคัญในการปรุงน้ำผลไม้คือควรจำกัดปริมาณน้ำตาลที่จะผสมเข้าไปในบทความนี้จะบอกถึง ประโยชน์ของน้ำผลไม้ 11 ชนิดที่ควรดื่มทุกวันเพื่อให้ผิวสวยและสุขภาพดี

11 น้ำผลไม้

1.น้ำส้ม

ทานผลส้มบ่อยๆเมื่อเบื่อก็เปลี่ยนมาทานน้ำส้ม ถึงแม้ว่าประโยชน์ที่ได้รับจะไม่เทียบเท่าผลส้มแต่น้ำส้ม ก็ยังช่วยบำรุงผม ช่วยให้รากผมแข็งแรง ป้องกันผมร่วงและช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม

2.น้ำแอ๊ปเปิ้ล

ส่งผลดีต่อสุขภาพของสมอง ช่วยเสริมความจำ และทักษะในการแก้ปัญหา ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม แถมการดื่มน้ำแอ็ปเปิ้ลยังช่วยให้จิตใจสงบมีสมาธิ

3.น้ำสับปะรด

ส่งผลดีต่อระบบทางเดินหายใจ ช่วยบรรเทาอาการไอและเจ็บคอ ลดเสมหะ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เป็นไข้หวัด แถมยังมีวิตตามินซีสูงรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน

4.น้ำองุ่น

น้ำองุ่นเข้มข้นช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็งเต้านมและจอประสาทตาเสื่อม แถมยังต้านเชื้อแบคทีเรียช่วยให้ไตทำงานได้สะดวก

5.น้ำแตงโม

น้ำแตงโมช่วยบำรุงผิวและบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ป้องกันโรคหัวใจ และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยบำรุงสายตาและล้างสารพิษจากอาหารที่เรากินเข้าไป

6.น้ำลูกพรุน

น้ำลูกพรุนมีกากใยสูง ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด รักษาอาการท้องผูกอีกทั้งยังควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การดื่มน้ำลูกพรุนต้องระมัดระวังในผู้ป่วยโรคไตวายและการรับประทานมากๆอาจทำให้ท้องเสียได้

7.น้ำแครอท

น้ำแครอทช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ ช่วยปกป้องและฟื้นฟูสภาพผิวลดการเกิดสิว และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น

8.น้ำเบอร์รี่

มีส่วนช่วยในการมองเห็นเหมาะสำหรับคนที่ต้องจ้องจอโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ดี อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง

9.น้ำฝรั่ง

น้ำฝรั่งมีวิตามินซีสูงกว่าน้ำส้มถึงประมาณ ๔-๑๐ เท่า ช่วยในการป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันแถมยังเป็นยาระบายอ่อนๆช่วยรักษาโรคกระเพาะลำไส้ได้ แต่การทำน้ำฝรั่งห้ามใช้ภาชนะที่เป็นเหล็กเพราะเหล็กและสารภายในฝรั่งจะทำปฎิกริยากันส่งผลต่อการทำลายสารตัวหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้

10.น้ำทับทิม

ช่วยบำรุงหัวใจป้องกันฟันผุ ช่วยเสริมความจำที่ดีป้องกันโรคโลหิตจางและรักษาอาการอักเสบดีต่อสุขภาพผิวและเส้นผม

11.น้ำมะเขือเทศ

ช่วยให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน โรคหวัด ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราแถมยังช่วยบำรุงสายตาอีกด้วย

การนำผลไม้สดมาทำเป็นน้ำผลไม้อาจทำให้สูญเสียสารอาหารบางอย่างไปแทงบอลออนไลน์ แต่การทำน้ำผลไม้ให้ได้ประโยชน์สูงสุดคือ ควรทานพร้อมกาก และควบคุมปริมาณน้ำตาลและเกลือที่เพิ่มลงไป ทางที่ดีควรดื่มแบบไม่ต้องผสมจะเป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกายมากกว่า แต่ถ้าทานไม่ได้จริงๆแนะนำให้ใส่น้ำตาลและเกลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

สูตรหน้าใสด้วยมะนาว เสกผิวขาวกระจ่างใส ดูดีได้ง่ายๆอุดมไปด้วยวิตามินซี

สูตรหน้าใสด้วยมะนาว หลายคนคงพอจะทราบของคุณสมบัติของมะนาวมาบ้างแล้ว ว่าในมะนาวนั่นจะอุดมไปด้วยวิตามินซีและ AHA ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องของผิวและรอยดำ

สูตรหน้าใสด้วยมะนาว วันนี้จึงได้นำเสนอสูตรหน้าใสที่มีมะนาวเป็นส่วนผสม ส่วนจะมีสูตรไหนบ้างนี้ลองติดตามกันได้เลย

สูตรหน้าใสด้วยมะนาว

1.มะนาวกับกล้วย

หลายคนคงไม่คุ้นกับการเอากล้วยมาใช้ในการพอกหน้านัก แต่คุณรู้หรือไม่ว่ากล้วยนั้นอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก โพแทสเซียม แมกนีเซียม สังกะสี และวิตามินตั้งแต่ A-D ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยกระชับผิวและต่อต้านริ้วรอย อีกทั้งเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวด้วย ด้านมะนาวก็ขึ้นชื่อในเรื่องความกระจ่างใสอยู่แล้ว ขั้นตอนก็ง่ายๆ เพียงนำกล้วยไปบดให้ละเอียด และบีบน้ำมะนาวลงไปสัก 2-3 หยด จากนั้นนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก แค่นี้ก็ทำให้ใบหน้าของคุณสวยใสได้แล้ว

2.ว่านหางจระเข้กับมะนาว

ว่านห่างจระเข้จะมีวิตามินอีที่มีคุณสมบัติช่วยรักษารอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว เมื่อนำมาผสมผสานกับมะนาวที่มี AHA ซึ่งส่วนช่วยในการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และลดเลือนจุดด่างดำ นอกจากนี้ทั้งว่านห่างจระเข้และมะนาวมีคุณสมบัติเดียวกัน คือช่วยลดการอักเสบของสิว และยังป้องกันแบคทีเรียสาเหตุการเกิดสิวอีกด้วย นำเอาเนื้อหรือน้ำของว่านหางจระเข้ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ และนำเอามาพอกหน้าทิ้งไว้สัก 15-20 นาทีแล้วล้างออก เพียงเท่านี้คุณก็จะมีใบหน้าที่ขาวใสไร้สิวและจุดด่างดำแล้ว

3.มันฝรั่งกับมะนาว

สูตรหน้าใสนี้ก็ง่ายๆ เพียงแค่คุณนำเอาน้ำที่ได้จากมันฝรั่งสด 1/2 ช้อนโต๊ะ ไปผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาพอกหน้างไว้ประมาณ 20-30 นาที วิตามินซีที่ได้จากน้ำมันฝรั่งและน้ำมะนาวจะไปช่วยลดจุดด่างดำและรอยแผลเป็นบนใบหน้าให้ดูจางลง ใครจะไปคิดว่ามันฝรั่งจะช่วยเรื่องริ้วรอยด่างดำได้

4.มะนาวกับไข่ขาว

สูตรนี้เหมาะสำหรับสาวที่หน้ามัน เพียงใช้น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับไข่ขาว 1 ช้อนโต๊ะ นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 20-30 นาที ไข่ขาวที่อุดมไปด้วย albumin ที่มีคุณสมบัติฟื้นฟูผิว ช่่วยควบคุมความมันและยังป้องกันการเกิดสิวได้อีกด้วย ส่วนมะนาวที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยในเรื่องลบเลือนจุดด่างดำได้เป็นอย่างนี้ จึงหมดกังวลเรื่องรอยแผลจากสิวได้เลย รับรองว่าสาวๆ ที่ใช้สูตรนี้หน้า

ใครจะไปคิดว่ามะนาวที่เห็นอยู่ในตู้เย็นนอกจากจะสามารถทานได้แล้ว ยังนำมาทำเป็นสูตรหน้าใสได้อีกด้วย และยังสามารถนำไปผสมผสานกับวัตถุดิบอย่างอื่นได้อีกมากมาย ซึ่งแต่ละสูตรที่ได้นำเสนอไปก็ทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ซึ่งใครที่สนใจก็ลองนำไปใช้ดูได้ เผื่อคุณจะมีใบหน้าที่สวยใสไร้สิวจนหนุ่มๆ พากันตะลึงก็ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

เคล็ดลับผิวสวย แก้ปัญหาผิวแห้ง อย่างมั่นใจสาวๆที่ต้องเจอกับปัญหาผิวหน้า

เคล็ดลับผิวสวย สาวๆที่ต้องเจอกับปัญหาผิวหน้าเป็นขุย เกิดรอยแดง ระคายเคืองได้ง่าย จากการที่ผิวแห้งเกินไปไม่สมดุล จะไม่ต้องทนกับปัญหานี้อีกต่อไปค่ะ

เคล็ดลับผิวสวย เพราะวันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหาผิวแห้ง ได้อย่างง่ายๆ ทำให้คุณสาวๆกลับมามั่นใจ และไม่ต้องดูแก่ก่อนวัยเพราะผิวที่ไร้ความชุ่มชื้นของเรา

เคล็ดลับผิวสวย

1.เติมกรดให้กับผิวหน้า

ก่อนอื่นเราต้องบอกก่อนเลยว่าที่คุณสาวๆหลายคนเมื่อพบกับปัญหาผิวหน้าที่แห้งเกินไป แล้วพุ่งตัวเข้าใส่มอยเจอร์ไรเซอร์มาบำรุงผิวอาจจะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องที่สุดนะคะ เพราะเราควรมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของกรด เช่น กรด Hyanolic Acid นั่นเอง เพราะสาร Hydrator เหล่านี้นี่แหละ ที่จะช่วยเก็บกักน้ำคืนความชุ่มฉ่ำให้กับผิวหน้าของเราได้มากเป็นพันเท่าเลยล่ะคะ

2.ขัดหน้าเป็นประจำ

การขัดหน้าไม่ได้เป็นการรบกวนผิว อย่างที่คุณสาวๆผิวแห้งเข้าใจกัน เพราะหากเราผลัดเซลส์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วเร็วมากขึ้นเท่าไร การที่ครีมบำรุงพวกมอยเจอร์ไรเซอร์ต่างๆจะซึมเข้าสู่ผิวเราก็จะทำได้ง่ายขึ้นเท่านั้น สาวๆผิวแห้งจ๋าอย่าได้กลัวการขัดหน้าอีกต่อไป เพียงเราทำด้วยความอ่อนโยน เบามือ อาทิตย์ละเพียง 2 ครั้ง ตามหลังด้วยการลงมอยเจอร์ไรเซอร์เข้าไปก็จะทำให้เราได้เห็นความชุ่มชื้นคืนสู่ผิวหน้าของเรานั่นเอง

3.ทัชอัพระหว่างวัน

หากเราดูแลผิวหน้า บำรุงมาแล้วอย่างดีในตอนเช้า เราสามารถเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าเราได้ระหว่างวันเพื่อกันไม่ให้หน้าแห้ง หรือเกิดอาการแตกร่อนของเมคอัพได้ โดยการฉีดสเปรย์น้ำแร่บำรุงเข้าไปค่ะ วิธีที่แสนง่ายนี้เป็นตัวช่วยที่ดี ทำให้หน้าเรากลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง โดยสาวๆสามารถเลือกซื้อได้ตามบัดเจทในกระเป๋าเพราะสเปรย์น้ำแร่เค้ามีให้เลือกตั้งแต่ราคาเริ่มต้นที่หลักสิบกันเลยนะคะ

4.แพ็คคู่จัดเต็มกว่า

บำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์เดียวเดี่ยวๆ อาจไม่เห็นผลเท่าที่ควร เรามาจัดเต็มแบบคูณสอง ด้วยการบำรุงผิวหน้าเอาใจสาวผิวแห้งโดยเริ่มต้นจากการลงเซรั่มเมื่อเซรั่มแห้งได้ที่แล้ว ให้ล็อคเซรั่มเข้ากับผิวหน้าเราด้วยการลงมาสกเพิ่มความชุ่มชื้นลงไปอีกชั้นหนึ่ง เพียงเท่านี้การทำงานของทั้งสองก็จะทวีพลัง ส่งผลให้ผิวหน้าของเราเกิดความสมดุล ผิวอิ่มน้ำ ไม่แห้งผากอีกต่อไป

เมื่อสาวๆได้ทราบเคล็ดลับการแก้ปัญหาผิวแห้งกันไปแล้ว ก็อย่าลืมนำไปทำตามได้ทุกข้อเลยนะคะ หากทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เชื่อแน่ว่าจะทำให้ผิวหน้าคืนสมดุล กลับมาอิ่มน้ำ มากยิ่งขึ้น ดูไม่แก่ก่อนวัย เพิ่มความมั่นใจให้กับคุณสาวๆได้อย่างแน่นอนค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

สวยและรวยมาก “อเดล” ครองบัลลังก์เศรษฐีอายุน้อยในอังกฤษ 3 สมัยซ้อน

สวยและรวยมาก Adele ศิลปินหญิงมากความสามารถจากอังกฤษ เจ้าของเพลง Hello ครองแชมป์ 3 สมัยซ้อน ในการเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงซึ่งอายุน้อยกว่า 30 ปี

สวยและรวยมาก Adele ศิลปินหญิงมากความสามารถจากอังกฤษ เจ้าของเพลง Hello ครองแชมป์ 3 สมัยซ้อน ในการเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงซึ่งอายุน้อยกว่า 30 ปี ที่ทำรายได้สูงสุดในอังกฤษ

ประจำปีนี้ ตามรายงานของ BBC ที่รายงานการจัดอันดับ Heat Rich List 2018 จากนิตยสาร Heat Magazine ของอังกฤษ

สวยและรวยมาก

อันดับ 2 ตกเป็นของ Ed Sheeran ที่รายได้ 94 ล้านปอนด์ หรือราว 3,978 ล้านบาท และพ่อหนุ่มแฮร์รี พอตเตอร์ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ อยู่ในอันดับ 3 ที่ 87 ล้านปอนด์ หรือราว 3,681 ล้านบาท

อันดับ 4 แฮร์รี่ สไตล์ อดีตสมาชิกบอยแบนด์ วัน ไดเร็กชั่น ทำรายได้ 58 ล้านปอนด์ และเอ็มมา วัตสัน ครองอันดับ 5 ที่ 55 ล้านปอนด์ ส่วนเพื่อนร่วมวงที่เหลืออีก 4 คน ครองอันดับ 7-10 ตามลำดับ

ทั้งนี้ Adele ในวัย 30 กะรัตพอดิบพอดี ทำรายได้ทั้งปีที่ 147.5 ล้านปอนด์ หรือราว 6,242 ล้านบาท แม้จะไม่มีทัวร์คอนเสิร์ตนับตั้งแต่ฤดูร้อนปีก่อนแล้วก็ตาม

แต่เธอก็ยังสามารถทำรายได้จากซิงเกิ้ลและอัลบั้มที่ทำรายได้เป็นอายุน้อยร้อยล้านอยู่คนเดียวในการจัดอันดับนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เคล็ดลับเปลี่ยนลุค ให้สวยขึ้นจาก มะนาว เจ้าสาววิวาห์ล่ม

เคล็ดลับเปลี่ยนลุค ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ ดังเช่นกับกรณี ภาคิน เจ้าบ่าวหนุ่มอายุ 18 ปี หนีงานแต่งงาน ปล่อยให้ มะนาว จุทาทิพย์ วัย 26 ปี ต้องขึ้นเวทีขอโทษแขกที่มาร่วมงานแต่งงานเพียงลำพัง

เคล็ดลับเปลี่ยนลุค ตอนนี้ถ้าใครได้เห็น มะนาว ลุคใหม่สวยจำแทบไม่ได้เลยว่าคือคนๆ เดียวกัน ทั้งรูปร่างที่ผอมลงไปจากไซส์ XL กลายเป็นไซส์ S หุ่นเป๊ะ ผิวใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เคล็ดลับเปลี่ยนลุค

ผิวสวย ขาวเนียน มีสูตรขัดผิวบ้างมั้ย

“เน้นเรื่องการล้างหน้า ถ้าล้างไม่เกลี้ยงสิวจะขึ้นทันที เพราะเราแต่งหน้าหนัก แต่งหน้าทุกวัน เราถึงต้องล้างหน้าให้สะอาด และจะมาสก์หน้าทุกวัน ใช้ทาครีมบำรุงที่เป็นหัวเชื้อเข้มข้น นอกจากนี้จะมีทำโปรแกรมหน้าใส IPL ใช้เลเซอร์ยิงที่หน้า ส่วนผิวตัวพอเราตัวเล็ก น่ำหนักลง ก็จะมีเรื่องผิวแตกบ้าง เราก็เลยเน้นเรื่องการทาครีมบำรุง ทำสครับบ่อยขึ้นค่ะ”

มีวิธีลดความอ้วนอย่างไร ถึงไหนหายไป 10 กว่ากิโล

“ใช่ค่ะ น้ำหนักลดลงจากเดิม 63 ลดลงไปเหลือ 52 ลดลงไป 11 กิโล จากเอว 30 ลดเหลือ 24 นิ้ว เปลี่ยนไซส์จาก L เป็น M หรือบางตัวเป็นไซส์ S ไปเลย วิธีที่มะนาวทำก็จะออกกำลังกายเข้าฟิตเนสอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง และก็มีการกินยาลดน้ำหนักด้วย”

เมนูลดความอ้วนที่อยากแนะนำ

“ตอนเย็นจะทานสลัดผัก แล้วก็นมค่ะ”

ยุคนี้การศัลยกรรมเปิดกว้าง มะนาวคิดอยากจะศัลยกรรมอะไรบ้าง หรือได้ทำอะไรมาบ้างมั้ย

“ที่ผ่านมาเคยศัลยกรรมจมูก เมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่ที่กำลังจะทำจะเป็น คาง คิดว่าจะทำต้นเดือนพฤศจิกายน ที่ทำเพราะตอนนี้หน้าเราเล็กลงแล้ว แต่ยังเป็นคนที่เป็นโครงหน้ากลม แก้มหายไปแล้ว แต่อยากต่อคาง จากภาพบางรูปก็จะมีการรีทัชบ้าง เราอยากได้ภาพจริงๆ ที่ไม่ต้องรีทัช”

ตอนนี้คิดจะเข้าวงการบันเทิงบ้างมั้ย

“ไม่ค่ะ พูดตรงๆ เลยว่าตอนนี้มีทีวีติดต่อมาหลายช่อง แต่แคนเซิลหมดเลยค่ะ เพราะเราอยากจะให้คนรู้จักจากผลงานไม่ใช่กระแส การที่ไปออกทีวีมันจะมีทั้งด้านบวกด้านลบ การที่เราเห็นคนติดตามในเฟซบุ๊กมากขึ้นๆ คนที่เขาเข้ามาสนใจเราเอง ขอไต่จากตรงนี้ไปดีกว่า จากเฟซบุ๊กที่มีคนติดตามแค่ไม่กี่พัน แต่ทุกวันนี้เฉลี่ยมีคนติดตามวันละ 1500-2000 ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปจากตรงนี้ดีกว่า”

ความรักเป็นยังไงบ้าง มีคนคุยด้วยหรือยัง

“มีคนทักมาเยอะมาก แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เราไม่เปิดใจ ไม่ใช่ว่าจะไม่ใช่แฟนตลอดไป แต่ตอนนี้คดียังไม่จบ เราเลยโฟกัสทุกอย่างไปที่พ่อแม่”

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหาก “ไต” ผิดปกติการรับประทานอาหารจำเป็นต้องระวัง

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหาก มีอาการ ไตผิดปกติ การรับประทานอาหารนั้นจะมีสิ่งต่างๆ มากมายที่จำเป็นต้องระวัง บทความนี้จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เกี่ยวกับการวางแผนในการรับประทานอาหาร สำหรับผู้ที่มีอาการไตผิดปกติ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหาก มีอาการ ไตผิดปกติ การรับประทานอาหารนั้นจะมีสิ่งต่างๆ มากมายที่จำเป็นต้องระวัง บทความนี้จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหาก

แคลอรี่
ขึ้นอยู่กับสุขภาพของคุณ และระดับความรุนแรงของความผิดปกติของไต แพทย์หรือผู้ดูแลสุขภาพ ก็จะมีแผนโดยเฉพาะที่แสดงให้เห็นว่า คุณสามารถบริโภคแคลอรี่ได้เท่าไหร่ในแต่ละวัน หรือแต่ละสัปดาห์ ทำตามแผนอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับคุณ

โปรตีน
แม้ว่าโปรตีนนั้นจะดีต่อเล็บ เส้นผม และสุขภาพของคุณ แต่การบริโภคในปริมาณที่มากเกินไป สำหรับผู้ที่มีอาการไตผิดปกติ สามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ปรึกษากับนักโภชนาการ เพื่อหาปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับอย่างเหมาะสม

อาหารที่มีโปรตีนต่ำ: ผัก ผลไม้ พาสต้า ข้าว และขนมปัง

อาหารที่มีโปรตีนสูง: ได้แก่ ไข่ ปลา เนื้อแดง และสัตว์ปีก

คาร์โบไฮเดรต
คุณอาจจะจำเป็นต้องจำกัดปริมาณการบริโภคคาร์โบไฮเดรต เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตบางชนิด มีปริมาณของฟอสฟอรัสหรือโพแทสเซียมในระดับสูง ซึ่งอาจทำให้อาการของคุณแย่ลงได้ และหากคุณเป็นโรคเบาหวาน อาหารที่คุณรับประทาน ควรมีปริมาณของคาร์โบไฮเดรตแค่เท่าที่เพียงพอต่อความต้องการ

ไขมัน
ไขมันมีอยู่สองประเภท นั่นก็คือไขมัน “ดี” และ “เลว” ไขมันที่ดีต่อสุขภาพหรือไขมันดีนั้น เป็นไขมันไม่อิ่มตัว อาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันดีได้แก่ น้ำมันข้าวโพด น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันถั่วลิสง ไขมันไม่อิ่มตัวสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ ในบางกรณีที่คุณต้องการจะเพิ่มน้ำหนัก ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันดีมากขึ้น ในทางกลับกัน หากคุณต้องการควบคุมอาหาร คุณควรจำกัดปริมาณไขมันไม่อิ่มตัว ในทำนองเดียวกันกับอาหารประเภทอื่นๆ กุญแจสำคัญคือการรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เนื่องจากปริมาณไขมันที่ดีต่อสุขภาพมากเกินไปก็สามารถทำให้เกิดปัญหาได้ ในทางตรงกันข้าม ไขมันเลวหรือที่รู้จักกันว่าไขมันอิ่มตัว สามารถเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลของคุณ เช่นเดียวกับเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ อาหารที่มีไขมันเลว ได้แก่ น้ำมันหมู เนยเนยขาว และเนื้อ โดยเฉพาะที่แปรรูปแล้ว

โซเดียม
โซเดียมหรือที่รู้จักกันว่า เกลือ เป็นแร่ธาตุที่สามารถพบได้ในอาหารเกือบทุกชนิด การบริโภคเกลือมากเกินไปจะทำให้คุณรู้สึกกระหาย และสามารถทำให้เกิดอาการบวม และเพิ่มความดันโลหิตได้ เป็นผลให้ไตของคุณอาจต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อกำจัดเกลือทั้งหมดที่คุณรับประทาน เพื่อไตและหัวใจของคุณ ควรจำกัดปริมาณโซเดียมที่คุณรับประทาน

โปรดจำไว้ว่าข้อมูลข้างต้นนี้ เพื่อการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพของตัวคุณเอง แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณมีข้อสงสัยหรือกังวลใจใดๆ เกี่ยวกับอาหารที่คุณต้องหลีกเลี่ยง ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษากับแพทย์ นักโภชนาการ หรือผู้ดูแลสุขภาพของคุณสำหรับคำตอบ คำแนะนำและแนวทางเพิ่มเติม

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

แกงเลียง อาหารพื้นบ้าน ประโยชน์เกินคุ้มให้ผู้หญิงเพิ่งคลอดทานแกงเลียง

แกงเลียง เคยได้ยินว่า “ให้ผู้หญิงเพิ่งคลอดทานแกงเลียง จะได้มีน้ำนมให้เจ้าตัวน้อย” ไหมคะ นี่แค่ประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ของ “แกงเลียง” อาหารไทยพื้นบ้านที่อยู่คู่คนไทยมานานแสนนานเท่านั้น

แกงเลียง หากดูที่ส่วนผสมอันมากมาย จะรู้เลยว่าแกงเลียงมีประโยชน์มากกว่าอาหารเร่งน้ำนมให้คุณแม่เยอะเลยล่ะ ว่าแล้วก็มาดูกันเลยดีกว่า แกงเลียง อาหารพื้นบ้าน ประโยชน์เกินคุ้ม

แกงเลียง

1. บวบเหลี่ยม

บวบช่วยบำรุงให้หัวใจแข็งแรง แก้ร้อนใน มีสรรพคุณเป็นยาระบาย ลดไข้ ขับเสมหะ และยังช่วยขับปัสสาวะอีกด้วย

2. ตำลึง

แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดไข้ บำรุงสายตา มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยซ่อมแซม และสร้างเนื้อเยื่อในร่างกาย ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร ป้องกันโลหิตจาง เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจแข็ง ตีบ หรือตัน

3. ใบแมงลัก

แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยดับกลิ่นคาวในอาหาร มีธาตุเหล็กสูง ช่วยบำรุงเลือด บำรุงผิวหนัง สายตา ลดอาการท้องผูก ป้องกันโรคกระเพาะอาหาร และลดอาการลำไส้อักเสบ

4. ฟักทอง

ช่วยบำรุงสายตา มีเบต้าแคโรทีน และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ และต่อต้านมะเร็ง สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจ และโรคนิ่ว

5. เห็ดฟาง

ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก้ร่างกาย มีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ ลักปิดลักเปิด ลดอาการบวมของเหงือก บรรเทาอาการช้ำใน ปอดบวม และบำรุงตับให้แข็งแรง

6. พริกไทย

ช่วยย่อยอาหาร ขับลม ขับเหงื่อ มีเบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงสายตา และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดโอกาสในการเป็นมะเร็ง

7. หอมแดง

ช่วยขับเสมหะ ป้องกันหวัด บำรุงหัวใจ บำรุงสมองให้มีความจำที่ดีขึ้น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ ทำให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น และแก้อาการท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อ

เห็นไหม นี่แค่แกงเลียงชามเดียวยังมีประโยชน์มากมายขนาดนี้ วันนี้รีบทำแกงเลียงทานกันเลยนะคะ เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดีแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com